ปัญหาและข้อเสนอแนะในโรงเรียนขนาดเล็กด้านการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อการจัดการศึกษา

Main Article Content

เพียงแข ภูผายาง
เทิดศักดิ์ สุพันดี
นราศักดิ์ ภูผายาง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นผลการวิจัยระยะที่ 1 ในโครงการวิจัยเรื่อง ยุทธศาสตร์การพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เนตสู่การสอนแนวใหม่เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตในยุคเปลี่ยนผ่านและหลังโรคระบาดโควิด-19  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและข้อเสนอแนะในโรงเรียนขนาดเล็กด้านการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการจัดการศึกษา การวิจัย แบ่งออกเป็น  2  ระยะคือ 1) ขั้นการสำรวจปัญหา กลุ่มตัวอย่างคือครูและผู้บริหารในโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 260 คน ใช้การสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือวิจัยใช้แบบสอบถาม มีค่าความตรงเชิงเนื้อหาตั้งแต่ 0.80 – 1.00  ค่าอำนาจจำแนกรายข้อมีค่าตั้งแต่ .311 - .468 ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับมีค่า .830  สถิติที่ใช้คือค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และ 2) ขั้นการหาข้อเสนอแนะ โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 9 คน ใช้เทคนิคการสนทนากลุ่ม ผลการวิจัย พบว่า ระดับความคิดเห็นต่อสภาพปัญหาการใช้อินเทอร์เน็ตของโรงเรียนภาพรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง (= 3.38 , S.D.= .549) และข้อเสนอแนะการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก คือ 1)  ผู้บริหารควรมีความรู้ ความสามารถ มีความเป็นผู้นำด้านดิจิทัล หรือเทคโนโลยีในการบริหารจัดการสถานศึกษา  2) กำหนดเป้าหมายร่วมของบุคลากรภายในต่อการพัฒนาโรงเรียน โดยมีเป้าหมายในการใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน 3) แสวงหาเครือข่ายความร่วมมือทั้งด้านงบประมาณ และความร่วมมืออื่นๆ เนื่องจากโรงเรียนส่วนใหญ่ยังขาดระบบการจัดการที่ดีในเรื่องเทคโนโลยีในการเรียนการสอน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ภูผายาง เ. ., สุพันดี เ., & ภูผายาง น. . (2024). ปัญหาและข้อเสนอแนะในโรงเรียนขนาดเล็กด้านการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อการจัดการศึกษา. วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 6(2), 1589–1598. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JOBU2025/article/view/5317
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จิณณวัตร ปะโคทัง. (2565). ภาวะผู้นำยุคดิจิทัล.พิมพ์ครั้งที่ 2. สกลนคร: สมศักดิ์การพิมพ์.

ฐาปณีย์ โลพันดุง. (2560) .การพัฒนาระบบบริหารโรงเรียนขนาดเล็กตามแนวคิดกิจการเพื่อสังคม. บัณฑิตวิทยาลัย :จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ทรงศักดิ์ ภูสีอ่อน. (2561). การประยุกต์ใช้ SPSS วิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 8. มหาสารคาม : ตักสิลาการพิมพ์.

ธีระ รุญเจริญ. (2550). ความเป็นมืออาชีพในการจัดการและบริหารการศึกษายุคปฏิรูปการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2.กรุงเทพ ฯ : ข้าวฟ่าง.

บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

ปกิตตา ปานเกษม.(2565). การบริหารจัดการสถานศึกษาขนาดเล็กที่ดำรงอยู่ได้ด้วยตนเอง (Stand Alone) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2. บัณฑิตวิทยาลัย :มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.

ปัญจรัศม์ ศุภรานนท์. (2566). อนาคตภาพการจัดการศึกษาโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กในทศวรรษหน้า (พ.ศ.2566 - 2575). วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ศรีนครินทรวิโรฒ, 24(2), 153–166.

ศุภวรรณ สุธัมมา และคณะ. (2564). แนวทางการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 2 . วารสารวิจัย

วิชาการ, 4(2), 153–166.

สุกัญญา แช่มช้อย. (2561). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์.

สุรเดช โสมาบุตร และ พัฒนานุสรณ์ สถาพรวงศ์. (2560). แนวทางการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต4

.วารสารมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 36(6), 28-40.

Greenhow, C., Robelia, B., & Hughes, J. E. (2009). Learning, teaching, and scholarship in a digital age: Web 2.0 and classroom research: What path should we take now?. Educational researcher, 38(4), 246-259.

Hrastinski, S. (2008). Asynchronous and synchronous e-learning. Educause Quarterly, 31(4), 51-55.

Intaratat, K. (2021). Digital skills scenario of the workforce to promote digital economy in Thailand under & post COVID19 Pandemic. International Journal of Research and Innovation in Social Science, 10, 116-127.

Jones, C., & Pimdee, P. (2017). Innovative ideas: Thailand 4.0 and the fourth industrial revolution. Asian International Journal of Social Sciences, 17(1), 4-35.