ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนใน วิถีชีวิตใหม่ (NEW NORMAL) ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย 1) เพื่อศึกษาระดับปัจจัยการบริหาร 2) เพื่อศึกษาระดับการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในวิถีชีวิตใหม่ (NEW NORMAL)
ของสถานศึกษา และ3) เพื่อสร้างสมการพยากรณ์ปัจจัยการบริหารกับการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในวิถีชีวิตใหม่ (NEW NORMAL) ของสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นครูของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 จำนวน 302 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นรายฉบับ เท่ากับ 0.97 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณโดยใช้วิธี Stepwise ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในวิถีชีวิตใหม่ (NEW NORMAL) ของสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.47) 2) ระดับการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในวิถีชีวิตใหม่ (NEW NORMAL) ของสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.49) และ 3) ปัจจัยการบริหารกับการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในวิถีชีวิตใหม่ (NEW NORMAL) ของสถานศึกษามีตัวแปรพยากรณ์ 3 ตัว ที่ร่วมกันพยากรณ์การดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในวิถีชีวิตใหม่ (NEW NORMAL) ของสถานศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ตัวแปรพยากรณ์ที่มีค่าสูงสุด คือ ด้านนโยบายของสพฐ. () รองลงมาคือ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน () และตัวแปรที่สามารถทำนายได้น้อยที่สุด คือ ด้านกระบวนการพัฒนา () มีค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยของ ตัวแปรพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ () เท่ากับ .181 .116 และ .114 ตามลำดับ มีค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยของตัวแปรพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน () เท่ากับ .207 .188 และ .186 ตามลำดับ สามารถร่วมกันพยากรณ์การดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในวิถีชีวิตใหม่ (NEW NORMAL) ของสถานศึกษาได้ร้อยละ 21.70 มีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการพยากรณ์ () เท่ากับ .166 ค่าคงที่ของสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ เท่ากับ 2.967 ซึ่งสามารถเขียนสมการพยากรณ์ระดับการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในวิถีชีวิตใหม่ (NEW NORMAL) ของสถานศึกษา ในรูปคะแนนดิบและคะแนนมาตรฐานตามลำดับได้ ดังนี้ สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ = 2.967 + .181 + .116 + .114 สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน = .207 + .188 + .186
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2552). แผนยุทธศาสตร์กรมสุขภาพจิตตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (2550-2554). กรุงเทพฯ: ละม่อม.
กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา. (2561). ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ความมาย ความสำคัญ และคุณค่า. สืบค้นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2565, จาก https://www.esbuy.net/_files_school/00000883/document/00000883_0_20160223-184625.pdf.
นฤมล กอบแก้ว. (2559). ปัจจัยคัดสรรที่ส่งผลต่อการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ปุษยา ไชยจักร ประพรทิพย์ คุณากรพิทักษ์ และนวัตกร หอมสิน. (2562). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1.บัณฑิตวิทยาลัย :มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
พงศ์เทพ กันยะมี วจี ปัญญาใส และ สุมิตรา โรจนนิติ. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสําเร็จของการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 2. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.
พิชามญชุ ม่วงแก้ว. (2559). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษากับการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
ยุวดี ประทุม. (2559). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยบูรพา.
รัชพล เที่ยงดี. (2563). การศึกษาการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
วิรัช นิภาวรรณ. (2554). การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์. กรุงเทพฯ: อินโนกราฟฟิกส์.
ศรีเรือน แก้วกังวาล. (2549). จิตวิทยาพัฒนาการชีวิตทุกช่วงวัย เล่ม 2: แนวคิดเชิงทฤษฎีวัยรุ่น-วัยสูงอายุ. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). คู่มือบริหารจัดการเวลาเรียน “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ปีการศึกษา 2559. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2546). แนวทางการดําเนินระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนสําหรับโรงเรียนขนาดเล็ก. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2559). สรุปสาระสำคัญแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสอง พ.ศ. 2560-2564. กรุงเทพฯ:
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสำนักกับนายกรัฐมนตรี.
อคีราภ์รัตน์ วรรณรัตน์. (2556). ปัจจัยทางการบรารที่ส่งผลต่อความมีประสิทธิผลของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
นครราชสีมาเขต 6. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
อัญทิรา วาดี เกรียงศักดิ์ บุญญา และชัยพจน์ รักงาม. (2563). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 กรุงเทพมหานคร. วารสารศึกษาศาสตร์. 30(1). 194-208.
Krejcie, R.V., & Morgan, D.W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement. 30(3): 608-610.
Sergiovanni, Thoma J., and Rober J. Starat. (1988). Supervision Human Perspective. 4ed. New York: McGrew-Hill Book.
Steers, R.M., Porter, L.W. (1979). Motivation and Work Behavior. 4th ed. New York: McGraw-Hill.