การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาซัพพลายเชนเบื้องต้น โดยการจัด การเรียนรู้แบบร่วมมือ ด้วยเทคนิคกลุ่มแข่งขัน TGT กับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย

Main Article Content

แพรวา โพธิ์เถื่อน โพธิ์เถื่อน
นันทวัฒน์ ภัทรกรนันท์
สมาพร มณีอ่อน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาซัพพลายเชนเบื้องต้น (2) ศึกษาความก้าวหน้าทางการเรียนวิชาซัพพลายเชนเบื้องต้น และ (3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ด้วยเทคนิคกลุ่มแข่งขัน TGT และการจัดการเรียนรู้แบบปกติ (4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ด้วยเทคนิคกลุ่มแข่งขัน TGT และการจัดการเรียนรู้แบบปกติ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่นักเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาโลจิสติกส์ วิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย ที่เรียนวิชาซัพพลายเชนเบื้องต้น ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 60 คน จาก 2 ห้องเรียน โดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) เอกสารประกอบการเรียน 2) แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ด้วยเทคนิคกลุ่มแข่งขัน TGT 3) แผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติ 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 5) แบบประเมินความพึงพอใจสำหรับนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมติฐานด้วยค่าที ผลการวิจัยพบว่า (1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาซัพพลายเชนเบื้องต้น สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ 70 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ (2) ความก้าวหน้าทางการเรียนวิชาซัพพลายเชนเบื้องต้น พบว่า มีค่าคิดเป็นร้อยละ 60 ซึ่งสูงกว่าสมมติฐานที่ตั้งไว้ร้อยละ 50 (3) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน พบว่า การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ด้วยเทคนิคกลุ่มแข่งขัน TGT สูงกว่าการจัดการเรียนรู้แบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (4) ผลความพึงพอใจของนักเรียน พบว่า การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ด้วยเทคนิคกลุ่มแข่งขัน TGT สูงกว่าการจัดการเรียนรู้แบบปกติ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
โพธิ์เถื่อน แ. . โ., ภัทรกรนันท์ น. . ., & มณีอ่อน ส. (2025). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาซัพพลายเชนเบื้องต้น โดยการจัด การเรียนรู้แบบร่วมมือ ด้วยเทคนิคกลุ่มแข่งขัน TGT กับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย. วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 6(2), 861–872. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JOBU2025/article/view/4988
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

เฉลิม เพิ่มนาม และสมพร ร่วมสุข. (2562). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การเขียนสะกดคำ และทักษะทางสังคม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดการเรียนรู้ แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึก. วารสารสังคมศาสตร์วิจัย. ปีที่ 10 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน 2562). 69-84.

ทิวัตถ์ ภูจำนงค์ และคณะ. (2563). เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้วิธี TGT กับวิธีการสอนแบบปกติ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารวิจัยธรรมศึกษา. ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2563).

สำนักงานศึกษาธิการภาค 2. (2565). รายงานการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติด้านอาชีวศึษา (V-net) ปีการศึกษา 2565 ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการภาค 2. สืบค้นเมื่อ 18 กันยายน 2566. จาก https://reo2.moe.go.th/wp-content/uploads/2023/05/Vnet-รายงานการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ.pdf

สหรัฐ ลักษณะสุต. (2563). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิคเกมกลุ่มแข่งขันเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย. ปีที่ 4 ฉบับที่ 3 (2020): กันยายน – ธันวาคม.

อิสระพงศ์ โสภาใฮ. (2560). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพฤติกรรมการทำงานกลุ่มโดยใช้การเรียนรู้ด้วยเทคนิค TGT สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนมหาวิชานุกูล . บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

Satya, S.P. (2013). The effect of using teams games tournaments on the vocabulary achievement of eighth year student of SMP Laboratorium Singaraja in academic. Ganesha University of Education.