การประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะดิจิทัล ของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร ผลการวิจัยพบว่า 1. องค์ประกอบทักษะดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา พบว่ามี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1)ความสามารถทางดิจิทัล 2) ความรู้ดิจิทัล 3) ประสบการณ์การใช้งานดิจิทัล 4) การใช้ดิจิทัลให้ปลอดภัย 5) การสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล ทุกองค์ประกอบ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับ มากที่สุด 2. สภาพที่เป็นจริงเกี่ยวกับทักษะดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.58, S.D. = .51) ส่วนสภาพที่เป็นจริง โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.25, S.D. = .49) 3. ผลการประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร พบว่า มี 3 ด้าน คือ ด้านการใช้ดิจิทัลให้ปลอดภัย (PNI modified = 0. 775) เป็นลำดับแรก รองลงมาคือด้านการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล (PNI modified = 0.599) ด้านความสามารถทางดิจิทัล(PNI modified = 0.588) 4. แนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนาทักษะดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร พบว่า มีจำนวน 3 องค์ประกอบ คือ ด้านการใช้ดิจิทัลให้ปลอดภัย จำนวน 8 แนวทาง ด้านการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล จำนวน 6 แนวทาง และ ด้านความสามารถทางดิจิทัล จำนวน 7 แนวทาง และข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจำนวน 2 แนวทาง รวมเป็น 23 แนวทาง
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรณัฏฐ์ ฐิตากรพงศ์สถิต. (2565). แนวทางการสภาพ ความต้องการจำเป็นและแนวทางพัฒนาทักษะดิจิทัลของครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามุกดาหาร. วารสารรัชต์ภาคย์, 16(47), 189-206.
ณิศรานันท์ ขันทองและสุชาดา บุบผา. (2564). ทักษะดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย. วารสาร Journal of Modern Learning Development, 6(4), 148-163
ธิดา แช่ชิ้น และคณะ. (2559). การรู้ดิจิทัล: นิยาม องค์ประกอบ และสถานการณ์ในปัจจุบัน. วารสารสารสนเทศศาสตร์, 34(4).
นรีกานต์ ทำมาน. (2564). สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และแนวทางพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัสสำหรับครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1. วารสารรัชต์ภาคย์, 15(42), 189-203.
บุญชู ใจใส.(2564).ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อทักษะดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
บุญตรี แก้วอินธิ. (2565). สภาพและความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครพนม. วารสารการบริหารและนิเทศการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 13(1), 42-51.
วราพินทร์ ชาววิวัฒน์. (2565). “แนวทางการส่งเสริมทักษะดิจิทัลของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2”. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยนเรศวร
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจําเป็น.(พิมพ์ครั้งที่ 4).กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2562). ทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ เพื่อการปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล.นนทบุรี:
สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สรอ.). จับตา 8 ทักษะดิจิทัล มาแรงรับปี 2017, เข้าถึงเมื่อ 6 กรกฎาคม 2566, เข้าถึงได้จากhttps://www.dga.or.th/document-sharing/article/35979/
อรวรรณ กันละนนท์ (2564).”ทักษะดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา”. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศิลปากร.
อมรรัตน์ ดอนพิลา. (2565). ความต้องการจำเป็นและแนวทางพัฒนาทักษะดิจิทัลของครูในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามุกดาหาร. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
Elliott. (2017). Meeting family needs following severe head injury: A multidisciplinary approach. Journal of Neurosurgical Nursing, 17(4), 111-113.
Future Learn. (2020). The complete guide to digital skills, April 30th, 2020,Accessed 25 may 2023, Available from https://www.futurelearn.com/info/blog/the-complete-guide-to-digital-skills