การบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นโรงเรียนคุ้มครองเด็กในโรงเรียน มัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการบริหาร ปัญหาและแนวทางการแก้ไขการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นโรงเรียนคุ้มครองเด็กในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย การวิจัยครั้งนี้ศึกษาโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ แบบพหุกรณี (Multi – cases study) จากโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนเครือข่ายโครงการโรงเรียนคุ้มครองเด็ก ได้แก่ โรงเรียนร่มธรรมานุสรณ์ โรงเรียนสังคมวิทยา และโรงเรียนท่าบ่อ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ ประกอบด้วย การสัมภาษณ์เชิงลึก การวิเคราะห์เอกสาร การสังเกต การจดบันทึก และการวิเคราะห์เนื้อหา โดยเก็บข้อมูลจากบุคลากรหลักในสถานศึกษา ใช้การตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า ผลการวิจัย พบว่า 1. กระบวนการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นโรงเรียนคุ้มครองเด็กในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย พบว่า ทั้ง 3 โรงเรียน มีการดำเนินงานตามแผนการดำเนินงานของโรงเรียนคุ้มครองเด็ก ทั้ง 3 มาตรฐาน 9 ตัวชี้วัด ตามวงจรการบริหารงานคุณภาพ PDCA คือ พบว่า ขั้นตอนการวางแผน (Plan) มีกระบวนการวางแผนการดำเนินงานตามมาตรฐานคุ้มครองเด็กอย่างเป็นระบบ ได้แก่ การประชุมและการวางโครงสร้างการบริหารแบบ 3 ระดับ 5 ระดับ และตามนวัตกรรมของโรงเรียน ขั้นตอนการปฏิบัติตามแผน (Do) พบว่า มีการปฏิบัติงานในแบ่งเป็น 5 รูปแบบ ได้แก่ การจัดทำโครงการ การจัดทำกิจกรรม การออกมาตรการ การจัดระบบ และการติดต่อประสานงานจากหน่วยงานภายนอก ขั้นตอนการตรวจสอบ (Check) พบว่า ผู้บริหารมีการตรวจสอบ ประเมินผลการปฏิบัติงานรายภาคเรียน และมีดำเนินงานประเมินผลตามโครงการต่าง ๆ ที่จัดขึ้น และขั้นตอนการปรับปรุงแก้ไข (Act) พบว่า ผู้บริหารมีการดำเนินงานนำข้อสังเกตหรือปัญหาจากการดำเนินงานและการประชุมมาปรับปรุงแก้ไขการดำเนินการต่างๆ ตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของโรงเรียนคุ้มครองเด็ก 2. ปัญหาและแนวทางการแก้ไขการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นโรงเรียนคุ้มครอง เด็กในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย พบว่า 1) มาตรฐานที่ 1 มีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน 5 กรณี แบ่งเป็นปัญหาเชิงระบบ 2 กรณี ปัญหาด้านบุคลากรครู 1 กรณี ปัญหาเรื่องการประสานงาน 1 กรณี และปัญหาการเกิดความรุนแรงซ้ำ 1 กรณี 2) มาตรฐานที่ 2 มีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน 6 กรณี แบ่งเป็น ปัญหาด้านระบบ 3 กรณี ปัญหาด้านบุคลากรครู 1 กรณี ปัญหาด้านพื้นที่ 1 กรณี และปัญหาด้านนักเรียน 1 กรณี และ 3) มาตรฐานที่ 3 มีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน 11 กรณี แบ่งเป็น ปัญหาด้านบุคลากรครู 3 กรณี ปัญหาด้านนักเรียน 3 กรณี ปัญหาด้านการประสานงาน 1 กรณี ปัญหาด้านระบบ 4 กรณี รวมทั้ง 3 มาตรฐานมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน 22 กรณี โดยมีแนวทางการแก้ไขทุกกรณี
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการบริหารจัดการปฏิบัติหน้าที่ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล พ.ศ.2546. กรุงเทพ ฯ : วัฒนาพานิช.
______. (2543). ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิ เด็กและสถานศึกษา พ.ศ.2546. กรุงเทพ ฯ : วัฒนาพานิช.
______. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พุทธศักราช 2545. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพร้าว.
ขจรศักดิ์ ธรรมธัชกุล ศิกานต์ เพียรธัญญกรณ์ และปัทมา จันทพันธ์. (2564). ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดเทศบาลในกลุ่มการศึกษาท้องถิ่นที่11. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 10(37), 282-286
ณัฐณภรณ์ เอกนราจินดาวัฒน์. (2564). ภาวะผู้นำทางการบริหารการพัฒนา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
ถวัลย์ สุนทรา. (2563). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสิทธิเด็กในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ธีระ รุญเจริญ. (2550). ความเป็นมืออาชีพในการจัดและบริหารการศึกษายุคปฏิรูปการศึกษา ฉบับปรับปรุง. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : ข้าวฟ่าง.
พรรษมน พินทุสมิต. (2560). การปฏิบัติงานด้านการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษา ในจังหวัดปทุมธานี. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ราชกิจจานุเบกษา. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา, 2560.
ศศิวิมล สู่วรฤทธิ. (2547). การศึกษากลไกและมาตรการในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กภายใต้ กรอบประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน. บัณฑิตวิทยาลัย : สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
สวัสดิ์ ชูสุข. (2546). สิทธิและความต้องการของเด็กภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กกับแนวทางการ ปฏิบัติงานของสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านเชียงใหม่. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สิริมา หมอนไหม. (2554). การบริหารจัดการศึกษาเพื่อสิทธิเด็กในโรงเรียนมัธยมศึกษาตามอนุสัญญา ว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน. (2544). อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: แสงเทียนการพิมพ์.
อวิการัตน์ นิยมไทย. “บทวิเคราะห์พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558”. จุลนิติ, 12(6), 2558.
Bardo, J.W and J.J. Hartman. (1982). Uban Sociology: A Systematic Introduction.U.S.A.: F.E. Peacock.
Billinghust, W.J. (1991). Student Parent and Teacher Perception of Factors that Place Students in Suburban Middle Schools at Risk. Dissertation Abstracts International, 52(2), 426-A, August.
Brown, W.B. and D.J. Moberg. (1980). Organization Theory and Management: A Macro Approach. New York: John Wiley and Sons.
Carr, S.B. (1999). Perceptional Principals Regarding Students’ Rights : An Analysis of the North Forest Independent School District. Dissertation Abstracts International, 60(02), 292.
Chabbott, C. (2009). Child Friendly Schools Case Study : Thailand UNICEF. Adjunct,International Education Program. Washington, D.C. : George Washington University.
Mitchell, R.C. (1999). Applying a Child Rights Perspective in British Columbia’s Capital Health Region: Participatory Action Research in Child and Youth Health Care. Dissertation Abstracts International, 38(1), 193, February.