การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายวิชิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการส่งเสริมการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายวิชิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต 2) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการส่งเสริมการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของผู้บริหารโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายวิชิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต โดยใช้ประชากรจากผู้บริหารและครูผู้สอนปฐมวัยของโรงเรียนในเครือวิชิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต ทั้งหมด 5 โรงเรียน จำนวนทั้งสิ้น 38 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีลักษณะเป็นมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และหาค่าดัชนีความต้องการจำเป็นเพื่อจัดลำดับความสำคัญความต้องการจำเป็น (PN PNImodified) ผลการศึกษาพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการส่งเสริมการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายวิชิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต โดยภาพรวมรายด้านและรายข้ออยู่ในระดับมาก และสภาพที่พึงประสงค์ของการส่งเสริมการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายวิชิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต โดยภาพรวมรายด้านและรายข้ออยู่ในระดับมากที่สุด 2) ความต้องการจำเป็นในการส่งเสริมการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของผู้บริหารโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายวิชิต มีดังนี้ ด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับพ่อแม่ ครอบครัว และชุมชน รองลงมา คือ ด้านการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย และลำดับสุดท้าย คือ ด้านการส่งเสริมสนับสนุนให้ครูได้มีโอกาสในการพัฒนาตนเอง
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ.2542 ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553. กรุงเทพฯ:
โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).
กระทรวงศึกษาธิการ. (2563). ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. [Online], เข้าถึงได้จากhttps://moe360.blog/2020/09/23/early-childhood/. [10 กันยายน 2565].
คนึงนิจ วิจิตรปัญญาและวานิช ประเสริฐพร. 2564. “แนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของโรงเรียนเอกชนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1”, วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม, ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2564).
ชบา พันธุ์ศักดิ์. (2550). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเชิงประสบการณ์และการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยการร่วมงานอย่างร่วมความรู้สึกระหว่างผู้ปกครองและครูเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตสำหรับเด็กปฐมวัย. บัณฑิตวิทยาลัย : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฐิติมา ชูใหม่. (2559). การเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย. วารสารหัวหินสุขใจ ไกลกังวล,โรงพยาบาลหัวหิน.
บุญชม ศรีสะอาด. (2538). วิธีทางสถิติสําหรับการวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
ภาณุวิชญ์ เอี่ยมไพจิตร. (2561). ความคาดหวังในการจัดการศึกษาของผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลเอกชน ในอําเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
วสุกฤต สุวรรณเทน. (2559). คุณภาพการจัดการศึกษาปฐมวัย : ปัจจัยเชิงสาเหตุ. วารสารวิชาการ Veridian E –Journal,Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. (2564). ก.ค.ศ. ประกาศใช้หลักเกณฑ์การประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะ (ใหม่) 4 สายงาน.
[Online] เข้าถึงได้จากhttps://otepc.go.th/th/content_page/item/3363-4-10.html. [15 มีนาคม 2566].
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2555).“ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านเด็กปฐมวัย (แรกเกิดถึงก่อนเข้าประถมศึกษาปีที่ 1 ตามนโยบายรัฐบาล ด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ.2555-2559”.พริกหวานกราฟฟิก.
อเนก อัคคีเดช. (2549). การบริหารหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 2. สารนิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
Cronbach, L. J. (1970). Essential of psychological testing (3rd ed.). New York: Harper Row.