การสืบสานอาหารสี่เผ่าตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงในจังหวัดศรีสะเกษ

Main Article Content

พัชรา ปราชญ์เวทย์
ชลธิชา โรจน์แสง
นภวรรณ ชาติมนตรี

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษากระบวนการเรียนรู้วัฒนธรรมการปรุงอาหารของชนสี่เผ่าในจังหวัดศรีสะเกษ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษา และผู้เข้าร่วมโครงการ ผลการวิจัยพบว่า 1) กระบวนการเรียนรู้วัฒนธรรมการปรุงอาหารของชนสี่เผ่าในจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งประกอบด้วยอาหารชนเผ่าเขมรคือ อันซอมสเลิ๊กโดง หรือข้าวต้มใบมะพร้าว และ แกงไก่ใส่กล้วย อาหารชนเผ่าส่วย(กูย) คือ ละแวกะปู และแกงขี้เหล็กใส่ไข่มดแดง อาหารชนเผ่าลาว คือ ไก่ย่างไม้มะดัน หมกหมู และส้มตำ อาหารชนเผ่าเยอ หมาน้อย และแกงหน่อไม้ 2) ความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าฝึกอบรมหลังการถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้กิจกรรมเป็นฐาน พบว่าระดับความคิดเห็น ความพึงพอใจรวมทุกด้านโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดคือมีค่าเฉลี่ย 4.58 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.25 ซึ่งนักศึกษาและผู้เข้าร่วมโครงการ สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาประกอบการสอน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องรวมทั้งมีการอนุรักษ์ รักษา สืบทอด ภูมิปัญญาด้านอาหารพื้นบ้าน ที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในสังคมไทย พร้อมทั้งรณรงค์ ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนเห็นคุณค่าของอาหารพื้นบ้านในท้องถิ่นของตนเอง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ปราชญ์เวทย์ พ. ., โรจน์แสง ช., & ชาติมนตรี น. . (2025). การสืบสานอาหารสี่เผ่าตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงในจังหวัดศรีสะเกษ. วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 7(1), 651–662. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JOBU2025/article/view/3812
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ทัศนีย์ นาคุณทรง, ประสพสุข ฤทธิเดช, สุชาดา หวังสิทธิเดช, บงกชรัตน์ ศุภเกสร, วารินทิพย์ ศรีกุลา. (2559). การพัฒนารูปแบบอาหารพื้นบ้านอีสานสำหรับเด็กปฐมวัย.วารสาร วิชาการ ฉบับพิเศษ ประจำปี 2559. 331-342.

ณิชมน ภมรและพัชรี ตันติวิภาวิน. (2563).การจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้านภาคเหนือตอนบนของไทย. วารสารรังสิตบัณฑิตศึกษาในกลุ่มธุรกิจและสังคมศาสตร์, 6(2), 28–44.

ภริมา วินิธาสถิตย์กุล และชนินันท์ แย้มขวัญยืน. (2566). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจในการเรียนวิชาภาษามือเพื่อการสื่อสารโดยใช้การเรียนรู้

ผ่านการปฏิบัติ (Active Learning) ของนักศึกษา สาขาวิชาภาษาและการสื่อสาร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยสวนดุสิต.

วารสารวิชาการ การจัดการภาครัฐและเอกชน, 5(2), 93-105.

ภาสกร นันทพานิช และคณะ. (2554). MBA Handbook : คู่มือสำหรับนักบริหารและนักศึกษาปริญญาโท. กรุงเทพฯ: ออฟเซ็ท จำกัด.

ลัดดาวัลย์ สาระภัย. (2560). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพฤติกรรมการเรียนรู้วิชาชีววิทยาเรื่อง การสังเคราะห์แสง ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5 โดยใช้กระบวนการ

เรียนรู้ แบบกระตือรือร้น (Active Learning) บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

ศรุดา นิติวรการ. (2557). อาหารไทย: มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 5(1), 171-179.

Festus, A. (2013). Activity–Based Learning strategies in the mathematics classrooms. Journal of Education and Practice, 4(3), 8-14.

Krajcovicova, B. & Capay, M. (2012) Project based education of computer science using cross-curricular relations. Procedia-Social and

Behavioral Sciences, 47, 54-61.

Likert, R. (1967). The Method of Constructing and Attitude Scale, in Attitude Theory and. Measurement. New York: Wiley & Son.