การพัฒนาการเรียนรู้ด้วยความตระหนักรู้ทางวัฒนธรรม โดยใช้กิจกรรม จิตศึกษาในรายวิชานาฏศิลป์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ด้วยความตระหนักรู้ทางวัฒนธรรม โดยใช้กิจกรรมจิตศึกษาในรายวิชานาฏศิลป์ ให้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม ตำบลขวัญเมือง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด นักเรียนจำนวน 1 ห้อง 39 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมจิตศึกษาทั้ง 3 ขั้นตอน จำนวน 5 แผน 2. แบบประเมินความตระหนักรู้ทางวัฒนธรรม 3.แบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน นำข้อมูลที่ได้จากแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนมาวิเคราะห์ผลการวิจัย พบว่า นักเรียนมีคะแนนการประเมินความตระหนักรู้ทางวัฒนธรรม มีคะแนนเฉลี่ย คิดเป็นร้อยละ 90 ซึ่งผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไปของคะแนนเต็มตามที่กำหนด และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 จำนวน 39 คน ของนักเรียนทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 100 ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยเต็มตามที่กำหนดของการวิจัย
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กฤตัชญ์ ทับไทร. (2562). การศึกษาความสามารถทางวัฒนธรรมเกาหลีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแผนการเรียนศิลป์-กาษาเกาหลีในเขตกรุงเทพมหานคร. บัณฑิตวิทยาลัย : จุฬลงกณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
กันยา สุวรรณแสง. (2532). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพฯ: บำรุงสาสน์ สำนักการบินอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ. (2554). การตระหนักรู้ในวัฒนธรรม. สืบค้นจากhttp://avi.operationsystem.mnre.go.th.
จีรีรัตน์ สิทธิวงส์. (2555). ประสบการณ์การเห็นคุณค่าในตนเองภายหลังการเข้าร่วมกลุ่มจิตวิทยาพัฒนาตนและการปรึกษาแนวพุทธของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ. บัณฑิตวิทยาลัย :จุฬลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
ชุตินันท์ จันทรเสนานนท์. (2553). การพัฒนาแบบวัดสมรรถนะเชิงวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย : จุฬลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
ธีรศักดิ์ สุขสันติกมล. (256 1). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้พหุวัฒนธรมด้วยวิธีการเชิงชาติพันธุ์วรรณนาเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะข้ามวัฒนธรรม. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศิลปากร, นครปฐม.
ธิดาพร ราชวัตร. (2559). อิทธิพลของความตระหนักรู้ ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และการรับรู้ถึงคุณภาพการใช้งานที่ส่งผลความตั้งใจซื้อ พ็อคเก็ตวายฟาย ของพนักงานในระดับปฏิบัติการ ในอาคารบางนาทาวเวอร์ จังหวัดสมุทรปราการ.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้นฉบับปรับปรุง (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น
พันธ์ตรา คูวัฒนสุขาติ.(2557). ประสบการณ์การเห็นคุณค่าในตนเองของนักศึกษาที่มีภาพถ่ายที่น่าดึงดูดใจทางเพศผ่านเฟซบุ๊ค. บัณฑิตวิทยาลัย :จุฬลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
พระดาว ปญฺญาธโร (มินวาน) (2560). แนวทางพัฒนาการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรบัณฑิตศึกษานานาชาติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วิเชียร ไชยบัง. (2554). จิตศึกษากับการบ่มเพาะปัญญาภายใน. บุรีรัมย์: สำนักพิมพ์โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา. (2555). ปาฏิหาริย์การศึกษา ณ โรงเรียนนอกกะลา.
พิมพ์ครั้งที่ 2. บุรีรัมย์ : สำนักพิมพ์โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อมรา กล่ำเจริญ. (2542). สุนทรียนาฏศิลป์ไทย. ภาควิชานาฏศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา,
Black, Rhonda S, & Rojewski, Jay W. (1998). "The Role of Social Awareness in the Employment Success of Adolescents with Mild Mental Retardation," Education andTraining in Mental Retardation and Development Disabilities .33(2) : 144-161.
Burgoon,Judee K (1995). Cross-cultural and Intercultural Applications of ExpectancyTheory. In R. Wiseman (Ed.), Intercultural Communication
Theory.Thousand Oaks, CA : Sage.
Elias, M J. & Clabby, J. F. (1988) "Teaching Social Decision Making".Educational Leadership. 45(6): 52-55.