การจัดการสินทรัพย์ของพระภิกษุเมื่อมรณภาพ

Main Article Content

พระมหากิตติพันธ์ สจฺจวโร (วงค์สวัสดิ์)
ประมาณเลิศ อัจฉริยปัญญากุล
ประเสริฐ ลิ่มประเสริฐ

บทคัดย่อ

บทความเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและวิวัฒนาการการจัดการสินทรัพย์ของพระภิกษุเมื่อมรณภาพตามหลักพระธรรมวินัย 2) เพื่อศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสินทรัพย์ของพระภิกษุเมื่อมรณภาพและกฎหมายต่างประเทศ รวมทั้งคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง 3) เพื่อศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสินทรัพย์ของพระภิกษุเมื่อมรณภาพ และ 4) เพื่อสรุปและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาในการจัดการสินทรัพย์ของพระภิกษุเมื่อมรณภาพ ผลของการศึกษาพบว่า 1. แนวคิด ทฤษฎีและวิวัฒนาการการจัดการสินทรัพย์ของพระภิกษุเมื่อมรณภาพตามหลักพระธรรมวินัย พบว่าบทบัญญัติในพระวินัยนั้น พระพุทธเจ้าประสงค์ให้สาวกของพระพุทธองค์เป็นบุคคลสมถะ สันโดษ เป็นผู้ดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง คือ เป็นอยู่ด้วยปัจจัย 4 บทบัญญัติแห่งพระวินัยจึงมิให้พระภิกษุเป็นผู้สะสมทรัพย์ ยินดีในทรัพย์ หรือขวนขวายเป็นอยู่ด้วยการทำมาหาได้เลี้ยงชีวิตเยี่ยงคฤหัสถ์ผู้ครองเรือน 2. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสินทรัพย์ของพระภิกษุเมื่อมรณภาพและกฎหมายต่างประเทศ รวมทั้งคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง พบว่าในส่วนของกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินและสินทรัพย์ของพระภิกษุ มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นต้นมา ประกอบด้วย 1. กฎหมายมังรายศาสตร์ 2. กฎหมายตราสามดวง พระไอยการลักษณมรดก 3. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 3) ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสินทรัพย์ของพระภิกษุเมื่อมรณภาพ พบว่า (1) กฎหมายมังรายศาสตร์มีแนวคิดว่า ทรัพย์สินทั้งหลายของพระภิกษุที่ได้มาระหว่างบวชนั้น เป็นทรัพย์สินที่เกิดจากความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนต่อพระภิกษุผู้บวชในพระพุทธศาสนาเท่านั้น หรือมีศรัทธาเลื่อมใสต่อวัดนั้น นั้นก็คือมีศรัทธาต่อพระพุทธศาสนานั่นเอง ด้วยเหตุนี้จึงได้ถวายทรัพย์สินทั้งที่เป็นสังหาริมทรัพย์ที่ภิกษุได้มาเมื่อมรณภาพแล้วจึงให้ตกเป็นของสงฆ์ทั้งหมด (2) กฎหมายตราสามดวง พระไอยการลักษณมรดกมีแนวคิดว่า ทรัพย์สินของพระภิกษุหรือวัดนั้น ย่อมเกิดจากการถวายของคฤหัสถ์ผู้มีศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาหรือวัดหรือพระภิกษุนั้นโดยแท้ เมื่อภิกษุนั้นถึงแก่มรณภาพ ให้ตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุนั้น (3) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1622 จึงสรุปได้ว่า 1.กรณีพระภิกษุเป็นทายาทโดยธรรม 2.พระภิกษุอาจเป็นผู้รับพินัยกรรมได้ (4) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1623 จึงสรุปได้ว่า 1.ทรัพย์สินและสินทรัพย์ที่ได้มาในระหว่างอุปสมบท 2.ทรัพย์สินและสินทรัพย์ของพระภิกษุที่ได้มาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศนั้นเมื่อพระภิกษุนั้นถึงแก่มรณภาพให้ตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุนั้น (5) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1624 สรุปได้ว่า 1.ทรัพย์สินพระภิกษุที่ได้มาก่อนอุปสมบท 2.ทรัพย์สินและสินทรัพย์ที่พระภิกษุเคยสมรสมาก่อนอุปสมบท

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สจฺจวโร (วงค์สวัสดิ์) พ. ., อัจฉริยปัญญากุล ป., & ลิ่มประเสริฐ ป. . (2024). การจัดการสินทรัพย์ของพระภิกษุเมื่อมรณภาพ. วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 6(3), 785–796. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JOBU2025/article/view/3330
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

พระเทพเวที (ป.อ.ปยุตฺโต). (2531). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์, พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระพรหมคุณาภรณ์. (2561).พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์, พิมพ์ครั้งที่ 11. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม.

สมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์. (2562).ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (เล่มกลาง). กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจริญรัตน์การพิมพ์.

สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. ทรัพย์สิน สินทรัพย์. http://legacy.orst.go.th/?knowledges