แนวทางการพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จังหวัดนครราชสีมา

Main Article Content

เบญจมาศ สุวรรณวงศ์
พระมหาสุพร รกฺขิตธมฺโม
พระอนันต์ อภินนฺโท(ผากา)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของวัดในจังหวัดนครราชสีมา 2)เพื่อศึกษาศักยภาพ ปัญหา อุปสรรคในการพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดนครราชสีมา 3)เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จังหวัดนครราชสีมา การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มผู้รู้ นักวิชาการ ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ พระภิกษุและนักท่องเที่ยว ในวัดสำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ วัดพายัพ วัดพระนารายณ์มหาราชและวัดศาลาลอย ผลการวิจัยพบว่า แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของวัดในจังหวัดนครราชสีมามีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่หลากหลายและสำคัญ เช่น วัดพระนารายณ์มหาราช วัดพายัพ และวัดศาลาลอย ซึ่งเป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า วัดเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในด้านวัฒนธรรมและศาสนา ทำให้เป็นจุดสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ศักยภาพ ปัญหา อุปสรรคในการพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดนครราชสีมาพบว่า วัดในจังหวัดนครราชสีมามีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เนื่องจากมีโบราณสถานและศิลปกรรมที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบ ได้แก่ การขาดการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ ความร่วมมือจากชุมชนที่ไม่เพียงพอ และการจัดการทรัพยากรที่จำกัด นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรคจากการแข่งขันกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นและการขาดงบประมาณในการพัฒนา แนวทางการพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จังหวัดนครราชสีมา ควรเน้นด้าน1.โครงสร้างพื้นฐาน โดยการบูรณะศาสนสถานและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก 2.การมีส่วนร่วมของชุมชน โดยการส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว 3.กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ โดยการใช้สื่อออนไลน์และความร่วมมือกับภาครัฐในการประชาสัมพันธ์ 4.การรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการรักษาความสะอาดและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่วัด 5.การอนุรักษ์วัฒนธรรม โดยการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นและจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สุวรรณวงศ์ เ., รกฺขิตธมฺโม พ., & อภินนฺโท(ผากา) พ. . (2024). แนวทางการพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จังหวัดนครราชสีมา. วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 6(3), 565–580. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JOBU2025/article/view/3297
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2549). อุตสาหกรรมท่องเที่ยว.กรุงเทพฯ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.

กรมการท่องเที่ยว.(2567). https://www.dot.go.th. (สืบค้นวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567).

นพดล ทองไพบูลย์ (2563). การวิเคราะห์ศักยภาพและแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ .กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา. (2542). การวางแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน. รายงานการวิจัย. เชียงใหม่: คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ประสิทธิ์ ศิริประภานุกูล(2564).การพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดเชียงใหม่ .เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

พระครูภาวนาวชิรคุณ (วัชรินทร์ วชิรธมฺโม). (2563). รูปแบบการพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

วัลย์ลิกา เจริญศิลป์. (2565).แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดนครราชสีมา.วารสารการท่องเที่ยวไทย, ปีที่ 10, ฉบับที่ 2 : 45-60.