การปกครองคณะสงฆ์ตามหลักพรหมวิหารธรรมของพระสังฆาธิการ ในอำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ คือ 1) เพื่อศึกษาระดับการปกครองคณะสงฆ์ของพระสังฆาธิการในอำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ 2) เพื่อเปรียบเทียบการปกครองคณะสงฆ์ของพระสังฆาธิการในอำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) เพื่อนำเสนอการปกครองคณะสงฆ์ตามหลักพรหมวิหารธรรมของพระสังฆาธิการในอำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ โดยการประยุกต์ตามหลักพรหมวิหาร 4 โดยมีระเบียบวิธีวิจัยเป็นการวิจัยแบบผสานวิธี การวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญจำนวน 9 รูปหรือคน ด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก และการวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 243 คน โดยเครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยการทดสอบค่าทีเทส ค่าเอฟเทส และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการพรรณนาความ ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการปกครองคณะสงฆ์ตามหลักพรหมวิหารธรรมของพระสังฆาธิการในอำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (=3.87, S.D.= 0.69) เมื่อจำแนกเป็นรายด้านโดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านคุณลักษณะ (=3.95, S.D.= 0.73) ด้านพฤติกรรม (=3.88, S.D.= 0.75) ด้านตามสถานการณ์ (=3.87, S.D.= 0.73) ด้านการเปลี่ยนแปลง (=3.78, S.D.= 0.77) อยู่ในระดับมาก ตามลำดับ 2. ผลการเปรียบเทียบ พบว่า พระสังฆาธิการที่มีอายุ พรรษา การศึกษาทางโลก การศึกษาทางธรรม ต่างกัน มีความคิดเห็น ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย ส่วนพระสังฆาธิการที่มีสถานะต่างกัน มีความคิดเห็น แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย 3. ผลการนำเสนอการปกครองคณะสงฆ์ตามหลักพรหมวิหารธรรมของพระสังฆาธิการในอำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ พบว่า 1) ด้านคุณลักษณะ การปกครองของพระสังฆาธิการต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะที่ดีที่พึงประสงค์ คือ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ รอบรู้พระธรรมวินัยและกฎหมายบ้านเมืองเป็นผู้ที่มีความอดทนสูงกว่าบุคคลทั่วไป 2) ด้านพฤติกรรม พระสังฆาธิการมีพฤติกรรมหรือประพฤติปฏิบัติตนไปในทางที่ดีที่ชอบ ก็จะส่งผลให้ผู้ตามประพฤติปฏิบัติตามไปด้วยอันจะส่งผลให้การปกครองเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีงาม 3) ด้านตามสถานการณ์ พระสังฆาธิการต้องมีไหวพริบปฏิภาณปรับเปลี่ยนวิธีการในการปกครองบริหารจัดการไปตามสถานการณ์ได้อย่างกลมกลืนเหมาะสมตามสถานการณ์นั้นๆ 4) ด้านการเปลี่ยนแปลง พระสังฆาธิการต้องสามารถเปลี่ยนแปลงพัฒนาวัดให้เจริญขึ้นพระสังฆาธิการต้องผสมผสานแนวคิดสมัยใหม่กับสมัยเก่าให้ได้อย่างกลมกลืน และพระสังฆาธิการต้องกล้าเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาการปกครองพระภิกษุและประชาชนให้ดีขึ้น
Article Details
เอกสารอ้างอิง
คณาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย. (2551). การปกครองคณะสงฆ์ไทย,.กรุงเทพฯ : มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2546). ภาวะผู้นำความสำคัญต่อการพัฒนาคนพัฒนาประเทศ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ธรรมสภา.
พระกฤตพจน์ สุทฺธิจิตฺโต (หวานดี). (2544). “บทบาทของเจ้าอาวาสที่มีต่อการพัฒนาสังคม : ศึกษากรณีจังหวัดสมุทรปราการ. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
พระครูสมุห์อนุกูล อนุวฑฺโน (ปานประดิษฐ์). (2556) “ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการนําหลักพรหมวิหาร ธรรม 4 ไปใช้ในการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลม่วงงาม อำเภอสิงห์นคร จังหวัดสงขลา”. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
Yamane Taro. (1676). Statistics: An Introductory Analysis, New York: Harpen and Row.