การพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก

Main Article Content

ภูวดล จุลสุคนธ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาทักษะการสื่อสารของนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตโดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก ในรายวิชาการบริหารการศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษา และ 2) ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ในรายวิชาการบริหารการศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษา กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาการบริหารการศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษา ในภาคเรียนที่ 2/2565 จำนวน 53 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้  ได้แก่ แบบประเมินทักษะการสื่อสาร และแบบประเมินความพึงพอใจ ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ประกอบด้วย ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ทักษะการสื่อสารของนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตโดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยทักษะการสื่อสารของนักศึกษาก่อนเรียน ในภาพรวมอยู่ในระดับน้อย และเมื่อใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแล้ว ทักษะการสื่อสารของนักศึกษาหลังเรียนเพิ่มขึ้น ภาพรวมอยู่ในระดับมาก และ 2) ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของนักศึกษาอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จุลสุคนธ์ ภ. (2024). การพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก. วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 6(1), 33–42. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JOBU2025/article/view/2904
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กมลวรรณ สุภากุล. (2565). การจัดการเรียนการสอนแบบ Active learning เพื่อให้ผู้เรียนรู้จริง เข้าถึงจาก http://itec.taluam.com/files/docs-1491129466.pdf เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565

ไชยยศ เรืองสุวรรณ. (2553). Active Learning. ข่าวสารวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ประจำเดือนพฤศจิกายน 2553.

บุญชม ศรีสะอาด. (2557). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น

พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2547). การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน. (พิมพ์ครั้งที่ 4). คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฏพระนคร.

วนัขพร ชมชื่นใจ. (2565). ผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารวิจัยรำไพพรรณี. 16(2). 102.

Active Learning KM. (2560). คู่มือการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เข้าถึงจากhttp://www.mct.rmutt.ac.th/km/?p=786 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2560

Bonwell, C., & Eison, J. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom (ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1). Washington, DC: George Washington University.

Boston University, Center for Teaching & Learning. (2022). Active Learning: Teaching Guide. Retrieved on September 25,2022 from https://www.bu.edu/ctl/guides/active-learning/

Handelsman, J., Miller, S., and Pfund, C. (2007). Scientific teaching. New York: W.H. Freeman.

Johnson, H., & Johnson, P. (1991). Task knowledge structures: Psychological basis and integration into system design. Acta Psychological, 78, 3-26.

Mayer, R.E. (2007). Should There Be a Three-Strikes Rule Against Pure Discovery Learning? The Case for Guided Methods of Instruction. American Psychologist. Vol. 59 No. 1.