แนวทางการพัฒนาโรงเรียนแห่งความสุข สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท

Main Article Content

ศราวุฒิ ภูไทย
ปพนสรรค์ โพธิพิทักษ์
สายทิตย์ ยะฟู

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการพัฒนาโรงเรียนแห่งความสุข 2) หาแนวทางการพัฒนาโรงเรียนแห่งความสุขและ3) ประเมินแนวทางการพัฒนาโรงเรียนแห่งความสุข กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท จำนวน 317 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตราฐาน หาแนวทางการพัฒนาโรงเรียนแห่งความสุข การสนทนากลุ่มของผู้เชี่ยวชาญจำนวน 7 คน และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า


  1. สภาพโรงเรียนแห่งความสุขโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย= 3.65, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.82) ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือด้านการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความสุข (ค่าเฉลี่ย = 3.73, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน= 0.93) รองลงมาคือด้านความสัมพันธ์ที่ดีของบุคคล (ค่าเฉลี่ย = 3.68, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน= 0.84) และด้านสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตครอบครัวมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 3.60, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน= 0.76)

  2. แนวทางการพัฒนาโรงเรียนแห่งความสุขมี 6 ด้าน ได้แก่การส่งเสริมความสุขของบุคลากรทั้งด้านกาย ใจ สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร จัดอบรมด้านเทคโนโลยีและสร้างระบบพี่เลี้ยงเพื่อความก้าวหน้า ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดี เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น จัดสภาพแวดล้อมให้สะอาดปลอดภัย ส่งเสริมการฝึกสมาธิ การออกกำลังกาย และมอบหมายงานเหมาะสม เพื่อสร้างสมดุลชีวิตและการทำงาน นำไปสู่องค์กรที่มีความสุข

  3. ผลการประเมินกลยุทธ์การพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย= 4.81, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน= 0.11) พิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านความเป็นประโยชน์ ด้านความเหมาะสม ด้านความถูกต้อง และด้านความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ภูไทย ศ., โพธิพิทักษ์ ป., & ยะฟู ส. (2026). แนวทางการพัฒนาโรงเรียนแห่งความสุข สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท. วารสารการบริหารการศึกษาและนวัตกรรมการศึกษา, 6(1), 154–165. https://doi.org/10.2822.EAI202614236
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2567-2568 . ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ.

เกษมสันต์ วีระกุล. (2567). แนวทางการพัฒนากระบวนการสร้างโรงเรียนแห่งความสุขในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์การศึกษาเพื่อความสุข

ชุติมา ชัยสุวรรณ. (2562). การพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารเพื่อสร้างความสุขในโรงเรียน. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยบูรพา.

ธนวุฒิ แก้วนุช. (2561). รูปแบบการพัฒนาสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุข.วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต (การจัดการการศึกษา). มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

ธนัญญา อาจองค์. (2562). การมองโลกในแง่ดีและความสามารถในการทำงานของครูระดับ ประถมศึกษา. วารสารครุศาสตร์. 47(2): 97-114.

พรนภา อยู่เย็น. (2562). การจัดสมดุลชีวิตกับการทำงานของครูในโรงเรียนประถมศึกษา. วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา. 13(1): 55-68.

พรรณี พุ่มพันธุ์. (2561). การส่งเสริมสุขภาพองค์รวมเพื่อความสุขในการทำงานของครูระดับ ประถมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. 16(2): 125-140.

วรรณวรุณ อินปักดี, และเพ็ญวรา ชูประวัติ. (2563). ความต้องการจำเป็นของครูกลุ่มโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ในพระราชูประถัมภ์ฯ ระดับมัธยมศึกษา ตามแนวคิดโรงเรียนแห่งความสุข. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 15(2): 1-13.

วรเวศม์ สุพรรณเภสัช. (2564). องค์ประกอบขององค์กรแห่งความสุขในโรงเรียน. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา.

ศูนย์ Happy Workplace Center. (2563). ความสำคัญขององค์กรแห่งความสุข. คู่มือการสร้างองค์กรแห่งความสุข. กรุงเทพฯ: ศูนย์ Happy Workplace Center.

สายทิตย์ ยะฟู. (2560). การวิจัยการศึกษา. ครุศาสตร์: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท. (2567). นโยบายสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาทปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. ชัยนาท: ผู้แต่ง.

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2565). จากก้าวแรกสู่องค์กรสุขภาวะ. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.

Seligman, M. E. P (2011). Flourish: A Visionary New Understanding of Happiness and Well-being. New York, NY: Free Press.

United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization (UNESCO). (2016). Happy Schools!: A framework for learner well-being in the Asia-Pacific. Bangkok: UNESCO Bangkok Office.