ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานที่มีต่อความสามารถในการอ่าน และความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

Main Article Content

ราตรี แสนมุข
สุธาทิพย์ งามนิล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาไทยของนักเรียนก่อนและหลังที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน 2) เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาไทยของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานกับเกณฑ์ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม และ3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านอุดมทรัพย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2 จำนวน 20 คน ใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน  แบบวัดความสามารถในการอ่าน และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีกรณีกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระต่อกันและการทดสอบค่าทีกรณีกลุ่มเดียว ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานมีความสามารถในการอ่านภาษาไทย หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน2) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานมีความสามารถในการอ่าน หลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) นักเรียนมีความพึงพอใจที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ2.88 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.23

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
แสนมุข ร., & งามนิล ส. (2026). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานที่มีต่อความสามารถในการอ่าน และความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วารสารการบริหารการศึกษาและนวัตกรรมการศึกษา, 6(1), 71–82. https://doi.org/10.2822.EAI202613584
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จารุณี โพธิ์อ่อง, สวัสดิ์ชัย ศรีพนมธนากร, และชวนพบ เอี่ยวสานุรักษ์. (2563). การพัฒนาชุดกิจกรรมการอ่านด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องมาตราตัวสะกด สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วารสารรำไพพรรณี. 14(2): 212-221.

เจริญศรี เชตุวัน. (2560). ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานที่มีต่อความสามารถด้านการอ่านจับใจความและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วารสารราชพฤกษ์. 15(1): 73-79.

จิตตินันท์ นันทไพบูลย์. (2551). จิตวิทยาการบริการ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.

นภดล จันทร์เพ็ญ. (2542). การใช้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ: ต้นอ้อ.

พรพิไล เลิศวิชา. (2550). สมองเรียนรู้อย่างไร. กรุงเทพมหานคร: ศาลาแดง.

พรพิไล เลิศวิชา. (2552). สอนภาษาไทยตามแนวคิด Brain-Based Learning.กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

พรพิไล เลิศวิชา, และอัครภูมิ จารุภากร. (2550). ออกแบบกระบวนการเรียนรู้โดยเข้าใจ. กรุงเทพฯ: ด่านสุทธาการพิมพ์.

พรพิไล เลิศวิชา. (2558). Roadmap…การพลิกโฉมโรงเรียน ป.1 อ่านออกเขียนได้ ใน 1 ปี. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์เกษตรแห่งประเทศไทย.

วรรณี โสมประยูร. (2553). เทคนิคการสอนภาษาไทย. กรุงเทพฯ: ดอกหญ้าวิชาการ.

วิรุฬ พรรณเทวี. (2542). ความพึงพอใจเป็นความรู้สึกภายในจิตใจของมนุษย์ที่ไม่เหมือนกัน. กรุงเทพมหานคร: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชันส์.

สรชัย พิศาลบตรุ. (2549). สํารวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการทําได้ง่ายนิดดียว. กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์

สำนักงานราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์.

Caine, R., & Caine, G. (1989, May). Understanding a Brain-Based Approach to Learning and Teaching. Retrieved April 15, 2024, from https://api.semanticscholar.org/CorpusID:12453871

Shelly, M.W. 1975. Responding to Social Change. Pensylvania : Dowden Hutchis.