การพัฒนารูปแบบกลไกการบังคับใช้กฎหมายเพื่อจำกัดการเข้าถึงบุหรี่ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จังหวัดสระบุรี ตาม พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบและประเมินผลกลไกการบังคับใช้กฎหมายเพื่อจำกัดการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดสระบุรี จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนและช่องว่างในการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 การวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน แบ่งเป็น 4 ระยะ คือ 1) การศึกษาสถานการณ์และปัจจัยการสูบบุหรี่ในนักเรียน 2) การศึกษาพฤติกรรมการจำหน่ายของผู้ประกอบการ 3) การพัฒนารูปแบบกลไกเชิงปฏิบัติการ และ 4) การประเมินผลรูปแบบที่พัฒนาขึ้น ผลการสำรวจในระยะที่ 1 จากกลุ่มตัวอย่างนักเรียน 414 คน พบว่ามีอัตราการสูบบุหรี่ในปัจจุบันร้อยละ 12.3 โดยบุหรี่ไฟฟ้าเป็นที่นิยมสูงสุด (ร้อยละ 45.1) ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคืออิทธิพลจากเพื่อนสนิท ซึ่งเพิ่มโอกาสการสูบบุหรี่สูงถึง 8.5 เท่า (OR=8.5) ผลการสำรวจระยะที่ 2 จากผู้ประกอบการร้านค้า 356 ร้าน พบการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายในระดับสูง โดยร้อยละ 46.1 และยอมรับว่าจำหน่ายบุหรี่ให้เยาวชน ร้อยละ 71.9 ไม่เคยถูกตรวจสอบในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา การวิจัยในระยะที่ 3 การพัฒนารูปแบบกลไกความร่วมมือแบบไตรภาคี ขับเคลื่อน 3 ยุทธศาสตร์ (Tripartite Collaborative Mechanism and 3-Strategy Driving Model: TCM3SD Model) เน้นการทำงานร่วมกันของภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคประชาสังคม ในการเฝ้าระวัง การสร้างภูมิคุ้มกัน และการสร้างแนวร่วมในชุมชน ผลการประเมินในระยะที่ 4 ในพื้นที่ทดลอง พบว่ารูปแบบดังกล่าวมีประสิทธิผลอย่างยิ่ง โดยสามารถลดสัดส่วนร้านค้าที่จำหน่ายบุหรี่ให้เยาวชนลงจากร้อยละ 45.8 เหลือเพียงร้อยละ 8.4 (p<.001) และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ประกอบการได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จึงเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการปิดช่องว่างการบังคับใช้กฎหมายและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปกป้องเยาวชนจากการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบในระดับชุมชน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค. (2566). รายงานสถานการณ์การควบคุมการ
บริโภคยาสูบของประเทศไทย พ.ศ. 2566. กระทรวงสาธารณสุข.
จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ, ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, ปิยะรัตน์ นิ่มพิทักษ์พงศ์ และศันสนีย์ เมฆรุ่งเรืองวงศ์. (2560). ปัจจัย
ทำนายพฤติกรรมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบให้กับเยาวชนของผู้ประกอบการร้านค้าปลีกในชุมชน
ชนบท. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 31(2), 103-118.
จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ และปิยะรัตน์ นิ่มพิทักษ์พงศ์. (2558). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงบุหรี่ของเยาวชนและ
มาตรการจำกัดการเข้าถึงบุหรี่ของเยาวชน: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ. วารสารวิจัย
ระบบสาธารณสุข, 9(3), 276-293.
จุฑามาศ มณีกุล. (2566). อัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในระยะแรกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ไฟฟ้า
ในระยะแรกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ, 46(2), 1-13.
ชลลดา ไชยกุลวัฒนา, ประกายดาว สุทธิ และวิชานีย์ ใจมาลัย. (2560). พฤติกรรมสูบบุหรี่และปัจจัยเสี่ยงที่
สัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ของวัยรุ่นตอนต้นจังหวัดพะเยา. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ, 11(2),
-98.
พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560. (5 เมษายน 2560). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่
ก หน้า 27-47.
สังคม ศุภรัตนกุล และสุภีร์ สมอนา. (2564). รูปแบบกลไกการบังคับใช้กฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบใน
ชุมชนชานเมือง จังหวัดอุดรธานี. ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.)