การพัฒนารูปแบบการจัดการน้ำหนักในเด็กวัยเรียนที่มีภาวะน้ำหนักเกิน เขตสุขภาพที่ 8

Main Article Content

สุกัญญา คณะวาปี
อภิชิต ศรีอวน
สุจริตพรรณ แท่นประยุทธ

บทคัดย่อ

 บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาสถานการณ์การจัดการน้ำหนักในเด็กวัยเรียนที่มีภาวะน้ำหนักเกิน เขตสุขภาพที่ 8 2) พัฒนารูปแบบการจัดการน้ำหนัก 3) ประเมินผลการใช้รูปแบบ โดยพิจารณาความรู้ พฤติกรรมในการป้องกันโรคอ้วน และน้ำหนักก่อน–หลังการทดลอง และ 4) ประเมินความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง วิธีวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR)
4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ศึกษาสถานการณ์ 2) พัฒนารูปแบบ 3) ทดลองใช้ 6 สัปดาห์ และ 4) ประเมินผล
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4–6 ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน 25 คน และกลุ่มแรงสนับสนุนทางสังคม (ครู บุคลากรสาธารณสุข ผู้ปกครอง) 35 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามความรู้และพฤติกรรมในการป้องกันโรคอ้วน การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลด้วย paired t-test และWilcoxon signed-rank test ผลการวิจัยพบว่า 1) เด็กวัยเรียนมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อภาวะอ้วนเพิ่มขึ้น ครูและผู้ปกครองตระหนักถึงปัญหาและความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา 2) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยการกำหนดบทบาทของครู นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรสาธารณสุข โดยเน้นการสนับสนุนด้านข้อมูล กำลังใจ และการมีส่วนร่วม 3) หลังการใช้รูปแบบฯเด็กมีคะแนนความรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคอ้วนสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) น้ำหนักเฉลี่ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) และ 4) ผู้เกี่ยวข้องมีความพึงพอใจในระดับสูง
สรุปได้ว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นช่วยเสริมสร้างความรู้ พฤติกรรมในการป้องกันโรคอ้วน และควบคุมน้ำหนักเด็กวัยเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
คณะวาปี ส., ศรีอวน อ. ., & แท่นประยุทธ ส. (2025). การพัฒนารูปแบบการจัดการน้ำหนักในเด็กวัยเรียนที่มีภาวะน้ำหนักเกิน เขตสุขภาพที่ 8. วารสารปราชญ์ประชาคม, 3(5), 195–210. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/watmahasawat_jsc/article/view/4048
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมอนามัย. (2565). แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอ้วนในเด็กวัยเรียน. สำนักโภชนาการ กระทรวงสาธารณสุข.

ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2568). รายงานภาวะโภชนาการงานอนามัยโรงเรียน. กระทรวงสาธารณสุข.

ศิริพร พานิชพงศ์, สุพัตรา ทองสุข, และชุติมา, สายทอง. (2563). ผลของการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการ จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กวัยเรียน. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 34(2), 45–58.

Benavides, F., Martinez, A., & Gonzalez, L. (2024). Family involvement and health behavior in

school-aged children: A longitudinal study. Journal of Child and Family Studies, 33

(2), 215–230. https://doi.org/10.1007/s10826-023-02412-7

House, J. S. (1981). Work stress and social support. Addison-Wesley.

Johnson, M., Patel, R., & Smith, K. (2021). Participatory learning for healthy lifestyle

promotion in schools: Impacts on student knowledge and behavior. Journal of

Child Health, 17 (3), 210–223.

Kemmis, S., & McTaggart, R. (2007). Participatory action research: Communicative action and

the public sphere. In N. K. Denzin & Y. S. Lincoln (Eds.), Strategies of qualitative

inquiry (3rded., pp. 271–330). SAGE Publications.

Nguyen, T., Lee, J., & Kim, H. (2022). Family and community engagement in school-based

obesity prevention programs: Effects on long-term behavior change. Journal of

School Health, 92(5), 387–396.

Sharma, M., Jones, A., & Williams, R. (2019). Multi-sectoral school-based interventions for

childhood obesity prevention: Stakeholder satisfaction and program

acceptance.Health Promotion International, 34(6), 1234–1245.

Smith, A., Johnson, R., & Brown, L. (2021). Participatory learning programs for childhood

obesity prevention: Impacts on dietary and physical activity. International Journal

of Pediatric Obesity, 16(2),120-134.

World Health Organization. (2022). Obesity and overweight. World Health Organization.

World Health Organization. (2020). Health-promoting schools: Concept, framework and practices. World Health

Organization. https://www.who.int/publications/i/item/9789240003735