กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในบริบทของการพัฒนากระบวนการและสถาบันประชาธิปไตย กรณีศึกษากลุ่ม ปาตานี บารู

Main Article Content

ยามารุดดิน ทรงศิริ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) อธิบายปรากฏการณ์การเปลี่ยนรูปแบบของการเคลื่อนไหวจากขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมสู่กลุ่มการเมืองเชิงสถาบัน และ 2) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองกับกลุ่มการเมืองที่สมาชิกมีแนวคิดเรื่องการแสวงหาเอกราชของปาตานี  การศึกษานี้เป็น            การวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง การสนทนากลุ่ม และการสังเกตการณ์  โดยเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม “ปาตานี บารู” ผลการศึกษาพบว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางการเมืองระดับประเทศในช่วงปี พ.ศ. 2560 มีแนวโน้มเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ทว่าโครงสร้างทางการเมืองในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้และสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา (อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอนาทวี อำเภอจะนะ และอำเภอเทพา) หรือที่ชาวมลายูในพื้นที่เรียกว่าปาตานี  ยังคงมีลักษณะแข็งตัว เหล่านี้ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การปรับยุทธศาสตร์และการรวมตัวของกลุ่ม "ปาตานี บารู" และการตัดสินใจมีปฏิสัมพันธ์หรือทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใดของกลุ่มปาตานี บารู ขึ้นอยู่กับการยอมรับต่อกลุ่มปาตานี บารู ของพรรคการเมืองในการบริหารจัดการการเมืองในพื้นในระดับพื้นที่ปาตานี นอกจากนี้ยังพบว่าระดับการยอมรับ      กลุ่มปาตานี บารูของพรรคการเมืองมีความแตกต่างกันตามเงื่อนไขและปัจจัยทางการเมืองที่แตกต่างกัน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทรงศิริ ย. (2025). กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในบริบทของการพัฒนากระบวนการและสถาบันประชาธิปไตย กรณีศึกษากลุ่ม ปาตานี บารู. วารสารปราชญ์ประชาคม, 3(2), 136–150. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/watmahasawat_jsc/article/view/1969
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จันจิรา สมบัติพูนศิริ. (2563, 31 มกราคม). เทรนด์การเมืองใหม่ เมื่อนักเคลื่อนไหวกลายเป็นนักการเมือง.

The 101 World. https://www.the101.world/activists-turned-politicians

ณพันท์ นรังศิยา. (2561). จากนักกิจกรรมนักศึกษาสู่นักการเมือง: การเมืองของการก่อตัวของการตอบโต้ใน

สาธารณะ พ.ศ. 2556-2562 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).

ธนพันธ์ ไล่ประกอบทรัพย์. (2557). กลุ่มผลประโยชน์ กลุ่มกดดัน และกระบวนการนโยบายสาธารณะ.

วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น, 8(1), 61-76.

ประภาส ปิ่นตบแต่ง. (2552). กรอบการวิเคราะห์การเมืองแบบทฤษฎีขบวนการทางสังคม. มูลนิธิไฮน์ริค

เบิลล์ สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. (2565). ข้อมูลพรรคการเมืองที่ยังดำเนินการอยู่ ณ วันที่ 21 ตุลาคม

สำนักงาน.

อิมรอน ซาเหาะ และ ยาสมิน ซัตตาร์. (2566). การแปรเปลี่ยนจากการใช้ความรุนแรงสู่วิถีทางการเมืองของ

อดีตกองกำลังแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานีกับความท้าทายของการต่อสู้ในระบบ

ประชาธิปไตยของประเทศไทย. ใน ถวิลวดี บุรีกุล (บ.ก.), สรุปการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า

ครั้งที่ 24 ประจำปี 2566, (น. 221-245). สถาบันพระปกเกล้า.

Brockett, C. D. (1991). The structure of political opportunities and peasant mobilization in

Central America. Comparative Politics, 23(3), 253-274.

https://doi.org/10.2307/422086

Castles, F. G. (1967). Pressure groups and its problem. In Pressure groups and political

culture: A comparative study (pp. 1-11).

Garceau, O. (1958). Interest group theory in political research. The Annals of the American

Academy of Political and Social Science, 319(1), 104-112.

Goldstone, J. A. (2003). Bridging institutionalized and non-institutionalized politics. Jack A.

Goldstone (Eds.), States, parties and social movement (pp. 1-26).

https://www.cambridge.org/core/books/states-parties-and-social-

movements/9A20076E0D8F4B282C0F7752321015AC#

Kralj, K. (2022). How do social movements take the "electoral turn" in unfavorable contexts?

The case of "Do Not Let Belgrade D(r)own." East European Politics, 39(1):1-21.

https://doi.org/10.1080/21599165.2022.2128338

Müller-Rommel, F. (1989). New politics in Western Europe: The rise and success of Green

Parties and Alternative Lists. Westview Press.

Samson, S. A. (1978). David Truman's The governmental process: Political interests and

public opinion study guide. https://digitalcommons.liberty.edu/gov_fac_pubs

Tilly, C., & Tarrow, S. (2011). Contentious politics. In Power in Movement Social movements

and contentious (2nd ed.). Oxford University Press.