พื้นที่ปลอดภัยทางวัฒนธรรม : รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยเชิงพหุวัฒนธรรม ในภาคเหนือ

Main Article Content

thongrian wongjanta
กาญจนา ศรีวิชัย

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนเชิงพหุวัฒนธรรมสำหรับการศึกษาปฐมวัยในโรงเรียนที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีต้นทุนทางสังคม Social Capital และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น การศึกษาใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสังเคราะห์จากผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัยและพหุวัฒนธรรมศึกษา ภายใต้กรอบแนวคิดสถานศึกษาในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ (School as a Learning Community: SLC) ผลการศึกษาพบว่ารูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมควรเน้นการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ว่า อาหารพื้นเมือง เครื่องแต่งกาย และการสื่อสารสองภาษา เข้าสู่หลักสูตรและการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ แนวทางนี้จะช่วยสร้าง พื้นที่ปลอดภัยทางวัฒนธรรม Cultural Safety ซึ่งส่งเสริมการเติบโตของผู้เรียนระดับปฐมวัยจากทุกกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้นำเสนอแนวทางการเปลี่ยนต้นทุนทางสังคมให้กลายเป็นฐานทรัพยากรแห่งการเรียนรู้ Funds of Knowledge เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมผ่านกระบวนการ การเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยความพยายามเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความภาคภูมิใจในตนเอง ลดอคติ และสร้างความตระหนักถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ท่ามกลางความหลากหลายทางชาติพันธุ์  แนวทางดังกล่าวเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ครอบคลุม ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าในตนเองและเพื่อนร่วมชั้นที่มีพื้นฐานทางชาติพันธุ์ที่แตกต่างกันอย่างแท้จริง


รูปแบบดังกล่าวสนับสนุนการปฏิรูปความสัมพันธ์ภายในสถานศึกษาให้เป็นระบบเครือญาติภายใต้แนวคิด SLC พร้อมเสนอให้ใช้การประเมินผลการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการยอมรับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม เพื่อบรรลุเป้าหมายความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ โมเดลนี้ยกระดับการศึกษาผ่านการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นและการสร้างพื้นที่ปลอดภัยเชิงวัฒนธรรม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
wongjanta, thongrian, & ศรีวิชัย ก. (2026). พื้นที่ปลอดภัยทางวัฒนธรรม : รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยเชิงพหุวัฒนธรรม ในภาคเหนือ. เสฏฐวิทย์ปริทัศน์, 6(2), 3068–3079. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/article/view/6945
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

ศรัณย์ แสงทอง. (2562). การศึกษาเชิงพหุวัฒนธรรม: การสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรมในโรงเรียนสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์. วารสารมานุษยวิทยา. 2(1), 88-115.

ศิริเพ็ญ อึ้งสิทธิพูนพร. (2561). ภาษาแม่เป็นฐาน: การจัดการศึกษาที่ยั่งยืนสำหรับเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย. วารสารภาษาและวัฒนธรรม. 37(1), 45-62.

สุวิไล เปรมศรีรัตน์. (2556). การจัดการเรียนการสอนแบบทวิภาษา (ภาษาแม่-ภาษาไทย): ประสบการณ์และบทเรียนจากการทำงานร่วมกับชุมชน. สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย. มหาวิทยาลัยมหิดล.

อมรา พงศาพิชญ์. (2549). ความหลากหลายทางวัฒนธรรม: แนวคิดและนโยบายสาธารณะ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Banks, J. A. (2019). An introduction to multicultural education (6th ed.). Pearson.

Bourdieu, P. (1986). The forms of capital. In J. Richardson (Ed.). Handbook of theory and research for the sociology of education. Greenwood.

Cummins, J. (2000). Language, power, and pedagogy: Bilingual children in the crossfire. Multilingual Matters.

Gay, G. (2018). Culturally responsive teaching: Theory, research, and practice (3rd ed.). Teachers College Press.

Moll, L. C., Amanti, C., Neff, D., & Gonzalez, N. (1992). Funds of knowledge for teaching: Using a qualitative approach to connect homes and classrooms. Theory Into Practice, 31(2). 132–141.

Sato, M. (2012). School reform for the quality of learning: The challenge of learning community. National University of Singapore Press.

UNESCO. (2016). If you don’t understand, how can you learn. (Policy Paper 24). Global Education Monitoring Report.

UNESCO. (2017). Promoting multicultural education in Southeast Asia: A framework for inclusion. UNESCO Publishing.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.