การพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการ ในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง “การพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด” การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อศึกษาแนวคิดการออกแบบพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด ๒) เพื่อพัฒนาการส่งเสริมพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด ๓) เพื่อประเมินความพึงพอใจและนำเสนอการเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด
การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) โดยผู้วิจัยแบ่งขั้นตอนกระบวนการวิจัย ดังนี้ การวิจัยระยะที่ ๑ ศึกษาสภาพพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะ (R1) การวิจัยระยะที่ ๒ ศึกษาความต้องการการเรียนรู้ของชุมชนและความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด (R1) การวิจัยระยะที่ ๓ การสร้างรูปแบบพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด (D1) การวิจัยระยะที่ ๔ ทดลองใช้รูปแบบพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด (R2) และการวิจัยระยะที่ ๕ รับรองรูปแบบพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด (D2 , D3) โดยการเก็บข้อมูลจากการสอบถามประชากรในพื้นที่ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน ๙,๑๒๐ คน โดยใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยตารางของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcia & Morgan, 1970) ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน ๔๐๐ คน และการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน ๑๗ คน
ผลการวิจัยพบว่า ๑. การศึกษาแนวคิดการออกแบบพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด โดยการวิเคราะห์จากแนวคิดผู้นำท้องที่หรือผู้นำชุมชน ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา พบว่า ในภาพรวมแหล่งการเรียนรู้ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดมีศักยภาพและมีความพร้อมในการนำมาพัฒนาออกแบบพื้นที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการ อยู่ในระดับมาก (x̄ = ๔.๐๐, S.D. = ๐.๗๖) ๒. ผลการพัฒนาการส่งเสริมพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด พบว่า ความคิดเห็นที่มีต่อการพัฒนาโดยการส่งเสริมพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = ๔.๒๔, S.D. = ๐.๕๖) ๓. ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = ๔.๒๖, S.D. = ๐.๕๒) และในการเรียนรู้โดยการบูรณาการกิจกรรมการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดร้อยเอ็ด ระหว่างคณะสงฆ์กับชุมชนท้องถิ่น โดยการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนในชุมชน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและตอบสนองกับความต้องการของคนในชุมชนอย่างแท้จริง โดยการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ มีการใช้สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ มีการใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องวิถีการดำเนินชีวิตประจำวัน จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีความท้าทายและดึงดูดความสนใจของผู้เรียน และมีหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่ประสานงานและสร้างความเข้าใจอันดีกับคนในชุมชน โดยนำเสนอเกี่ยวกับประเพณีและกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน เช่น ประเพณีบุญบั้งไฟ ประเพณีแห่เทียนพรรษา งานประเพณีกินข้าวปุ้นบุญผะเหวด ประเพณีสมมาน้ำคืนเพ็งเส็งประทีป กิจกรรมลานธรรมลานกีฬา กิจกรรมอุ้มบุญอุ้มธรรม กิจกรรมฟังธรรมนั่งสวรรค์ กิจกรรมอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน กิจกรรมต่อบุญต่อธรรม กิจกรรมไหว้พระสวดมนต์ เข้าค่ายคุณธรรม กิจกรรมทางสังคม เป็นต้น
คำสำคัญ: การพัฒนา, การเรียนรู้เชิงพุทธบูรณาการ, พื้นที่สาธารณะ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กุลณพัฒน์ พัฐธัญดรรัตน์. (2561). การจัดการศึกษาปฐมวัย: นโยบายและการจัดการเชิงพุทธบูรณาการ. ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
จิตติมา ดำรงวัฒนะ และคณะ. (2561). การประเมินศักยภาพความพร้อมรองรับการท่องเที่ยวโดยชุมชนด้านการเรียนรู้: กรณีศึกษาผู้นำชุมชน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 5(1).
จิรภัทร พิศชาต และคณะ. (2564). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการจัดการสวนสาธารณะเกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ (เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา) จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ. 1(2), 61-77.
ธีรภัทร จิโน และคณะ. (2564). การพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง: กรณีศึกษาเทศบาลตำบลสันป่าเปา จังหวัดเชียงใหม่. เจ-ดี: วารสารวิชาการ การออกแบบสภาพแวดล้อม. 8(1), 51-77.
พระวิจัย อิทฺธิโก (ชัยเจริญวรรณ). (2561). การพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธบูรณาการในกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าบนดอยแม่ฟ้าหลวง. ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มนสิชา โลหะนาคะกุล และวราลักษณ์ คงอ้วน. (2561). การจัดการพื้นที่สาธารณะในเขตพญาไท. กรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. 27(2), 14-30.
รุสลีนา เบ็ญอับดุลลอฮ. 2564. แนวทางการพัฒนาพื้นที่สวนสาธารณะชุมชนเมืองอย่างยั่งยืนด้วยการประยุกต์ใช้แนวคิดการสัญจรอัจฉริยะ: กรณีศึกษาโครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำริเขตบึงกุ่ม. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการสิ่งแวดล้อม. คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
สกลรัชต์ คงรอด. (2561). ความพึงพอใจในการใช้บริการสวนสาธารณะในเขตเทศบาลนครเมืองอุบลราชธานี. วารสารราชธานีนวัตกรรมทางสังคมศาสตร์. 2(1), 53-62.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2533). พระพุทธศาสนากับการศึกษาในอดีต. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิพุทธธรรม.
สมพงษ์ เกศานุช และคณะ. (2564). การประเมินศักยภาพและความต้องการของชุมชนรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดหนองคาย. วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลสุวรรณภูมิ. 3(1), 13-26.