การพัฒนาระบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะส่งเสริมความใฝ่รู้ใฝ่เรียน สำหรับกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดฉะเชิงเทรา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือ (Cooperative Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะความใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยประยุกต์กระบวนการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา 7 ขั้นตอน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ 5 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 40 คน จาก 4 โรงเรียนที่ได้จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย เครื่องมือต้นแบบ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และเครื่องมือประเมินคุณภาพระบบการสอน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า ระบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.92) ประกอบด้วยองค์ประกอบ 8 ด้าน ครอบคลุมกระบวนการเรียนรู้ร่วมมืออย่างเป็นระบบ นักเรียนมีพฤติกรรมการสร้างความรู้หลังการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ โดยค่าเฉลี่ยหลังเรียน (2.96) สูงกว่าก่อนเรียน (1.98) ในระดับมาก แสดงให้เห็นว่าการสอนสามารถส่งเสริมทักษะความใฝ่รู้ใฝ่เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.16) โดยเฉพาะขั้นนำเข้าสู่บทเรียนมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (4.25) และผลการประเมินรับรองจากผู้ทรงคุณวุฒิพบว่าระบบการสอนมีความเหมาะสมในระดับมาก (ค่าเฉลี่ยรวม 4.14) สรุปได้ว่าระบบการสอนตามแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพ เหมาะสมต่อการใช้จริง และช่วยส่งเสริมความใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิผล.
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ภูชิศ สถิตย์พงษ์. (2560). การพัฒนาระบบการสอนภูมิศาสตร์แบบภควันตภาพสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการศึกษา. มหาวิทยาลัยบูรพา.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2564. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). รายงานแนวโน้มการศึกษาไทย 2565: การเรียนรู้เชิงรุกในยุคดิจิทัล. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
ellanca, J., & Brandt, R. (Eds.). (2010). 21st century skills: Rethinking how students learn. Bloomington, IN: Solution Tree Press.
Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (1999). Learning together and alone: Cooperative, competitive, and individualistic learning (5th ed.). Boston, MA: Allyn and Bacon.
Laal, M., & Ghodsi, S. M. (2012). Benefits of collaborative learning. Procedia - Social and Behavioral Sciences. 31, 486–490.
Office of the Basic Education Commission. (2021). Core competencies framework of basic education students 2021. Bangkok, Thailand: OBEC.
Organization for Economic Co-operation and Development (OECD). (2018). The future of education and skills: Education 2030. Paris: OECD Publishing.
Panitz, T. (1999). Collaborative versus cooperative learning: A comparison of the two concepts which will help us understand the underlying nature of interactive learning. ERIC Document Reproduction Service No. ED448443.
Slavin, R. E. (2009). Educational psychology: Theory and practice (9th ed.). Boston, MA: Pearson.
Trilling, B., & Fadel, C. (2009). 21st century skills: Learning for life in our times. San Francisco, CA: Jossey-Bass.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.