โมเดลความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อสมรรถนะการปฏิบัติงาน ของข้าราชการภาครัฐ ในประเทศไทย

Main Article Content

ณฐจินต์ เสี่ยงโชคอยู่
สุภาภรณ์ ศิวกีรัตตนะ
ศราวุฒิ สาธุประคัลภ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาโมเดลความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อสมรรถนะการปฏิบัติงานของบุคลากรภาครัฐ ในประเทศไทย และ (2) เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อสมรรถนะการปฏิบัติงานของบุคลากรภาครัฐ ในประเทศไทยกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ทำการเก็บกับกลุ่มตัวอย่าง คือ ข้าราชการที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานภาครัฐ ภายในประเทศไทย จำนวน 500 คน ใช้การวิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้างด้วยโปรแกรม ADANCO2.7


ผลการวิจัยพบว่า (1) ภาวะผู้นำของผู้บังคับบัญชา แรงจูงใจในการทำงาน ความผูกพันต่อองค์กร และนวัตกรรมการปฏิบัติงาน ส่งผลเชิงบวกโดยตรงและโดยอ้อมต่อสมรรถนะการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะภาวะผู้นำส่งผลโดยตรงต่อแรงจูงใจในการทำงาน (β=0.862, p≤.01) ความผูกพันต่อองค์กร (β=0.804, p≤.01) นวัตกรรมการปฏิบัติงาน (β=0.400, p≤.05) และสมรรถนะการปฏิบัติงาน (β=0.505, p≤.05) รวมทั้งยังส่งผลทางอ้อมผ่านตัวแปรคั่นกลางไปยังสมรรถนะการปฏิบัติงาน (β=0.278, p≤.01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และ (2) โมเดลที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยค่าความแปรปรวนของสมรรถนะการปฏิบัติงาน (R²=0.890) นวัตกรรมการปฏิบัติงาน (R²=0.890) ความผูกพันต่อองค์กร (R²=0.647) และแรงจูงใจในการทำงาน (R²=0.743) อยู่ในระดับดี แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของภาวะผู้นำในการส่งเสริมสมรรถนะและนวัตกรรมภายในภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เสี่ยงโชคอยู่ ณ., ศิวกีรัตตนะ ส., & สาธุประคัลภ์ ศ. (2025). โมเดลความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อสมรรถนะการปฏิบัติงาน ของข้าราชการภาครัฐ ในประเทศไทย. เสฏฐวิทย์ปริทัศน์, 5(3), 1644–1659. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/article/view/2590
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ณัฐพล น้อยมลิวัน. (2566). ปัจจัยที่มีผลต่อการปรับตัวในการปฏิบัติงานของบุคลากรภาครัฐสังกัดกระทรวงแรงงาน. Procedia of Multidisciplinary Research. 1(7), 58-58.

พระมหากันตินันท์ กนฺตสีโล (เฮงสกุล). (2567). การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่: กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบราชการสู่รัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย. วารสารวิจัยนวัตกรรมการศึกษาและเทคโนโลยี. 2(2), 1-16.

วิลาสินี ตันติเวชกุล. ปรัชญา ศรีสวัสดิ์ และสุรีย์พร จันทร์เพ็ญ. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อสมรรถนะการทำงานของบุคลากรภาครัฐในช่วงวิกฤตโควิด-19. วารสารการบริหารและพัฒนา. 10(2), 45–60.

วิศิษฏ์ แต้ไพบูลย์ และสุรวี ศุนาลัย. (2567). แรงจูงใจและสภาพแวดล้อมการทำงานในยุคปกติถัดไปที่ส่งผลต่อความผูกพันองค์กรของบุคลากรหน่วยงานภาครัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี. วารสารสุทธิปริทัศน์. 38(3), 153-169.

ศิริพร โรจนโกศล. (2565). การวัดการใช้งานได้ของระบบสมรรถนะการปฏิบัติงาน. วารสารวิชาการการจัดการเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. 8(1), 20-32.

สมชัย เจริญวรเกียรติ. (2563). ภาวะผู้นำและนวัตกรรมทางการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากรภาครัฐ. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง. 18(1), 12–29.

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2566). กำลังคนภาครัฐ 2566. เรียกใช้เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2567. จาก https://www.ocsc.go.th/wp-content/uploads/2024/08/thai-gov-manpower-2566-r1.pdf.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2566). รายงานยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566–2570). เรียกใช้เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2567. จาก https://www.opdc.go.th/.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2566). รายงานผลการพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ.

Ahmed, Q., Ali, T. T., & Iqbal, M. (2024). The impact of transformational and transactional leadership styles on employee performance and engagement in public organizations. Journal of Development and Social Sciences. 5(1), 145–160.

Comrey, A. L., & Lee, H. B. (1992). Interpretation and Application of Factor Analytic Results. (Eds.). Hillsdale, NJ: Lawrence Eribaum Associates.

Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing (5th ed.). Harper & Row.

Darmawan, M., Pramudito, A., & Lestari, D. (2024). Knowledge management in the public sector: A model with structural equations. Journal of Public Administration Research. 14(2), 93–112.

Davis, M. H. (1996). Empathy: A social psychological approach. Westview Press.

Fornell, C., & Larcker, D. F. (1981). Evaluating structural equation models with unobservable variables and measurement error. Journal of Marketing Research. 18(1), 39–50.

Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2010). Multivariate data analysis (7th ed.). Pearson.

Hair, J. F., Ringle, C. M., & Sarstedt, M. (2012). Partial least squares: The better approach to structural equation modeling? Long Range Planning. 45(5–6), 312–319.

Henseler, J., Ringle, C. M., & Sarstedt, M. (2015). A new criterion for assessing discriminant validity in variance based structural equation modeling. Journal of the Academy of Marketing Science. 43(1), 115–135.

Leelang, S., & Kerdprathum, P. (2024). Structural equation model of information technology acceptance, e-service quality, and trust affecting consumer’s decision to use telepharmacy in the health region 12, Thailand. African Educational Research Journal. 12(1), 1-10.

Lu, J., & Chen, D. (2022). The impact of public service motivation on job satisfaction in public sector employees: The mediating roles of work engagement and organizational commitment. Public Organization Review. 22(4), 745–765.

Srimai, S., Damsaman, N., & Jermsittiparsert, K. (2024). Performance measurement, organizational learning and strategic alignment: An exploratory study in Thai public sector. International Journal of Public Sector Management. 37(2), 123-139.