การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของครูในสังกัดสำงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2

Main Article Content

วีรชัย ปานการ
สุภัทรา ภูษิตรัตนาวลี

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาเกี่ยวกับระดับการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษาตามมุมมองของครู 2) เพื่อศึกษาเกี่ยวกับระดับการทำงานร่วมกันเป็นทีมของครู 3) เพื่อศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมของครู      4) เพื่อศึกษาตัวแปรที่สามารถทำนายการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีผลต่อการทำงานร่วมกันเป็นทีมของครู กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 327 คน เครื่องมือการวิจัยคือแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน


ผลการวิจัยพบว่า


          1) การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษาโดยภาพรวมอยู่ในระดับสูงในทุกด้าน โดยการจัดลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ได้แก่ การหลีกเลี่ยง, การร่วมมือ, และการประนีประนอม ตามลำดับ ส่วนการยอมให้และการเอาชนะ มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน


          2) การทำงานเป็นทีมของครูโดยภาพรวมอยู่ในระดับสูงในทุกด้าน โดยการจัดลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ได้แก่ การไว้วางใจซึ่งกันและกัน, การสื่อสาร, การมีเป้าหมายร่วมกัน และการมีมนุษย์สัมพันธ์ ส่วนการร่วมมือและการมีส่วนร่วมมีค่าเฉลี่ยเท่ากัน


          3) ความสัมพันธ์ในทางบวกระหว่างการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมของครู โดยมีความสัมพันธ์ที่ระดับสูงมากและมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001


          4) ตัวแปรการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีผลต่อการทำงานเป็นทีมของครู ได้แก่ ด้านการยอมให้, ด้านการเอาชนะ, ด้านการหลีกเลี่ยง, และด้านการประนีประนอม ซึ่งสามารถทำนายการ


 


ทำงานเป็นทีมของครูได้ถึงร้อยละ 80.70 โดยสมการพยากรณ์ในรูปแบบคะแนนดิบและคะแนนมาตรฐานมีดังนี้


          สมการพยากรณ์ในรูปแบบคะแนนดิบ


                     = 1.022 + .333(X5) + .325(X2) + .102(X1) + .010(X3)


          สมการพยากรณ์ในรูปแบบคะแนนมาตรฐาน


                     = .442(X2) + .403(X5) + .127(X1) + .012(X3)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ปานการ ว., & ภูษิตรัตนาวลี ส. . (2025). การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของครูในสังกัดสำงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2. เสฏฐวิทย์ปริทัศน์, 5(3), 1568–1579. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/article/view/2357
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กาญจนาวดี ไชยสงค์. (2567). ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการทำงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

มัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.

กฤษกรณ์ กำเนิดมณี. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษาตามทัศนะของครูกับขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูใน

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 11. วารสารนาคบุตรปริทรรศ. 13(2), 149-159.

ขจรศักดิ์ จันทร์สว่าง. (2556). การใช้พรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี

เขต 1. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.

ณัชชรีย์ คำไพ. (2564). การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดระยอง. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร

มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์.

ธนพงษ์ จอมพระ. (2565). การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ปราจีนบุรี เขต 1. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. 19(85), 110-118.

น้ำเพชร ชัยชมภู. (2565). การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มสหวิทยาเขตสุดถิ่นไทย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา

เชียงราย. สารนิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยพะเยา.

รุ่งทิวา บูราณศรี. (2565). การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 1. วารสารครุศาสตร์

ปริทรรศน์ฯ. 9(3), 391.

เศรษฐพล บัวงาม. (2563). การบริหารจัดการความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2.

วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

สุฑาทิพย์ ทิพย์โสตร์. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษากับขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา สังกัด

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิต

วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราชเขต 2. (2566). ข้อมูลสภาพทั่วไป. เรียกใช้เมื่อ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, จาก

http://nst2.obec.go.th

Bahadir Gulbahar, et al. (2022). Examining the Relationships Among Teachers’ Work Engagement, Teamwork Attitudes, and Efficacy for

Classroom Diversity [Abstract]. Insan & toplum the journal of humanity and society Abstracts. 12, 155.

Best, John W. (1986). Research in Education. 5thed. New Jersey : Prentice Hall Ine.

Gary Yukl. (2013). Leadership in Organization Essex : Pearson Education Limited, 2013. Krejcie,K.V.,&Morgan,D.W. (1970). Determining

Sample Size for Research activities. Educational and Psychological Measurement. 30(2), 607-610.

Robbins, S.P. (1996). Organizational behavior : Concepts, controversies, applications. (7th ed.). Englewood Cliffs, NJ : Prentice-hall.