การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมกิจกรรมทางกายสำหรับผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD)

Main Article Content

วิยะดา วรรณขันธ์

บทคัดย่อ

          การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมกิจกรรมทางกายสำหรับผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) แบ่งการดำเนินการแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานและการสร้างหลักสูตร ระยะที่ 2 การทดลองใช้หลักสูตรและการแก้ไขปรับปรุง และระยะที่ 3 การนำหลักสูตรไปใช้และการประเมินประสิทธิผล ของหลักสูตร กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จำนวน 130 คน แบ่งเป็นกลุ่มอาสาสมัครเพื่อการทดลองใช้หลักสูตร จำนวน 30 คน และผู้สูงอายุที่สมัครเข้าร่วมโครงการฝึกอบรม เพื่อการนำหลักสูตรไปใช้ จำนวน 100 คน ที่ผ่านการคัดกรองจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโพนงาม อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานีว่าไม่มีความเสี่ยงในการออกกำลังกาย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย เอกสารหลักสูตร เอกสารประกอบหลักสูตร แบบทดสอบท้ายหน่วยฝึกอบรม แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินกิจกรรมและความพึงพอใจในการฝึกอบรม แบบประเมินผลการออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยตนเอง และแบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย The Senior Fitness Test (Rikli & Jones, 2013) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา


          ผลการวิจัย พบว่า 1) หลักสูตรฝึกอบรมกิจกรรมทางกายสำหรับผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 7 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ โครงสร้างหลักสูตร แนวการจัดกิจกรรมการฝึกอบรม สื่อการเรียน การวัดและประเมินผล และเกณฑ์การผ่านหลักสูตร โดยมีโครงสร้างหลักสูตรแบ่งเป็น 6 หน่วยฝึกอบรม รวมเอกสารประกอบหลักสูตร 2 เล่ม คือ คู่มือหลักสูตรสำหรับผู้ให้การฝึกอบรม และคู่มือหลักสูตรสำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม ผู้เชี่ยวชาญประเมินความเหมาะสมของร่างหลักสูตรอยู่ในระดับมากที่สุด (X̄ = 4.90, S.D. = 0.20) และความสอดคล้องขององค์ประกอบหลักสูตร (IOC) อยู่ระหว่าง 0.80-1.00 2) ผลการประเมินประสิทธิผลของหลักสูตรฝึกอบรม พบว่า ผู้สูงอายุที่เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 100 คน ผ่านเกณฑ์การฝึกอบรมทุกคน โดยมีความพึงพอใจในการฝึกอบรมโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก (X̄ = 4.80, S.D. = 0.41) สามารถออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายของตนเองได้อย่างถูกต้อง และมีสมรรถภาพทางกายอยู่ในระดับ สมวัยหรือปานกลาง จำนวน 93 คน และระดับดี จำนวน 7 คน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย