รัฐ ชุมชน และองค์กรศาสนา: ตัวแสดงและบทบาทในเครือข่ายการจัดการไฟป่าภูหลง เทือกเขาภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ

ผู้แต่ง

  • อัญชิรญา จันทรปิฎก มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
  • วิมลศิลป์ ปรุงชัยภูมิ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
  • ชนินทร์ ศรีโยยอด มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
  • สุวิชชญา จันทรปิฎก มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

คำสำคัญ:

ป่าภูหลง, การจัดการไฟป่า, เครือข่าย

บทคัดย่อ

การจัดการไฟป่า เป็นปัญหาสาธารณะหนึ่งที่มีความซับซ้อนและยากต่อการจัดการกับปัญหาเกินกว่าที่ภาครัฐจะรับมือได้โดยลำพัง การทำงานแบบเครือข่ายจึงกลายเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจมากขึ้น การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ตัวแสดงและบทบาทของตัวแสดงในเครือข่ายการจัดการไฟป่าภูหลง จังหวัดชัยภูมิ จากตัวแสดงสามภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคชุมชน และองค์กรศาสนา โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบกรณีศึกษา ใช้การเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลหลัก 11 คน และการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา และการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า

ผลการศึกษาพบว่า การจัดการไฟป่าภูหลงเกิดขึ้นภายใต้รูปแบบการทำงานแบบเครือข่าย ที่มีลักษณะความสัมพันธ์แนวราบ และการปรึกษาหารือ พึ่งพาอาศัยกันระหว่างตัวแสดง โดยมีคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านตาดรินทอง ทำหน้าที่เป็นตัวแสดงหลักของเครือข่าย ในขณะที่ภาครัฐ ได้แก่ หน่วยป้องกันรักษาป่า ชย.7 (ตาดรินทอง) และเทศบาลตำบลธาตุทอง ตลอดจนองค์กรศาสนา ได้แก่ วัดป่ามหาวัน เป็นหน่วยสนับสนุนภารกิจในมิติการสนับสนุนทรัพยากร ทั้งในการป้องกันการเผชิญเหตุและการฟื้นฟู

ประวัติผู้แต่ง

อัญชิรญา จันทรปิฎก, มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์

วิมลศิลป์ ปรุงชัยภูมิ, มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์

ชนินทร์ ศรีโยยอด, มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์

สุวิชชญา จันทรปิฎก, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

สาขาวิชารัฐศาสตร์ 

เอกสารอ้างอิง

ชาลี นวธราดล. (2567, 23 กุมภาพันธ์). ข้อมูลไฟป่าในไทยย้อนหลัง 10 ปี เผาผลาญไปมากกว่า 1 ล้านไร่.https://www.thaipbs.or.th/now/content/845

ส่วนควบคุมไฟป่า. (ม.ป.ป.). สถิติไฟป่า. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช. สืบค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2569, จาก https://portal.dnp.go.th/Content/firednp?contentId=15705

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 ราชบุรี. (2558). คู่มือการปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่ในการจัดตั้งพุทธอุทยาน. http://new.forest.go.th/wp-content/uploads/sites/74/2015/09/พุทธอุทยาน-รูปเล่ม.pdf

Ansell, C., & Gash, A. (2008). Collaborative Governance in Theory and Practice. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543-571. https://doi.org/10.1093/jopart/mum032

FAO. (2020). Global Fire Management Strategy. Food and Agriculture Organization of the United Nations.

Klijn, E. H., & Koppenjan, J. (2016). Governance Networks in the Public Sector. Routledge.

Patton, M. Q. (2002). Qualitative Research and Evaluation Methods (3rd ed.). Sage.

Provan, K. G., & Kenis, P. (2008). Mode of Network Governance: Structure, Management, and Effectiveness. Journal of Public Administration Research and Theory, 18, 229-252. https://doi.org/10.1093/jopart/mum015

Wang, H., & Ran, B. (2023). Network governance and collaborative governance: a thematic analysis on their similarities, differences, and entanglements. Public Management Review, 25(6), 1187-1211. https://doi.org/10.1080/14719037.2021.2011389

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

28-04-2026

รูปแบบการอ้างอิง

จันทรปิฎก อ., ปรุงชัยภูมิ ว., ศรีโยยอด ช., & จันทรปิฎก ส. (2026). รัฐ ชุมชน และองค์กรศาสนา: ตัวแสดงและบทบาทในเครือข่ายการจัดการไฟป่าภูหลง เทือกเขาภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ. วารสารสังคมศาสตร์ทัศนา, 2(1), 16–28. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/j_ssp/article/view/7094

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย