การพัฒนาแบบทดสอบวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนแบบสี่ระดับ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างแบบทดสอบวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนแบบสี่ระดับวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2) เพื่อตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนแบบสี่ระดับ 3) เพื่อวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ของโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 จังหวัดพิจิตร จำนวนนักเรียน 338 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน การวิจัยดำเนินการเป็น 3 ระยะ คือ 1) การสร้างแบบทดสอบเพื่อสำรวจมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน 2) การสร้างและตรวจคุณภาพของแบบทดสอบวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนแบบสี่ระดับ 3) การศึกษาเพื่อจำแนกมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนของนักเรียน ผลการวิจัยพบว่า (1) แบบทดสอบวินิจฉัยสี่ระดับที่ทำการศึกษามโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนจำนวน 7 มโนทัศน์ ประกอบด้วย 3 เนื้อหาหลัก คือ สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว การแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว และการนำความรู้เกี่ยวกับการแก้สมการชิงเส้นตัวแปรเดียวไปใช้ในชีวิตจริง โดยมีข้อคำถามจำนวน 40 ข้อ แต่ละข้อประกอบด้วยขั้นคำตอบ (A-tier) ขั้นความมั่นใจของคำตอบ (CA-tier) ขั้นเหตุผล (R-tier) และขั้นความมั่นใจของเหตุผล (CR-tier) (2) ผลการตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนแบบสี่ระดับ โดยมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่าง 0.67-1.00 ค่าความยากง่ายเฉลี่ยของขั้นคำตอบเท่ากับ 0.40 มีค่าอยู่ระหว่าง 0.21-0.68 และขั้นเหตุผลเท่ากับ 0.39 มีค่าอยู่ระหว่าง 0.21-0.75 ค่าอำนาจจำแนกเฉลี่ยของขั้นคำตอบเท่ากับ 0.45 มีค่าอยู่ระหว่าง 0.21-0.79 และขั้นเหตุผลเท่ากับ 0.36 มีค่าอยู่ระหว่าง 0.21-0.79 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบตามสูตรคูเดอร์–ริชาร์ดสัน (KR-20) เท่ากับ 0.87 สำหรับขั้นคำตอบ และ 0.82 สำหรับขั้นเหตุผล และ (3) ผลการวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนของนักเรียน พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน (M) รองลงมา คือ กลุ่มขาดความรู้้ (LK) กลุ่มมโนทัศน์ที่สมบูรณ์ (SK) และกลุ่มขาดความมั่นใจในความรู้ ( NCK) โดยมีมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนมากที่สุด คือ มโนทัศน์การแทนค่าในนิพจน์พีชคณิต
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
ดารารัตน์ นามเกิด และ วรนุช แหยมแสง. (2564).การวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนมัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์สำนักงานเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร. (ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต,สาขาคณิตศาสตรศึกษา). มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ธนบดี อินหาดกรวด. (2560). การเปรียบเทียบผลการวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาชีววิทยาของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายระหว่างแบบสอบวินิจฉัยแบบเลือกตอบสามระดับกับสี่ระดับ. (ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต,สาขาวิชาการวัดและประเมินผลการศึกษา). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. (2545). การวัดประเมินการเรียนรู้. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
พรพรรณ โตโภชนพันธ์. (2565). การสร้างแบบทดสอบวินิจฉัยหลายตัวเลือกสี่ลำดับขั้นเพื่อศึกษามโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง จำนวนตรรกยะ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. (ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต,สาขาวิชาการวัดและประเมินผลการศึกษา). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
มัญฑนา ลาภยิ่งยง. (2562). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เพื่อเสริมสร้างมโนทัศน์. NRRU Community Research Journal Vol.13 No.3, หน้า 1.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2561). การประเมินผลการเรียนรู้ (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมคิด คงพูล. (2560). การพัฒนาแบบทดสอบวินิจฉัยทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ และการแก้ โจทย์ปัญหาเรื่องสมการสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1.
(วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต,สาขาวิชาการวัดและประเมินผลการศึกษา). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สินีนาฏ แพงคำ. (2564). การออกแบบการรายงานผลผู้เรียนเฉพาะบุคคลเพื่อวินิจฉัยระดับความสามารถทางคณิตศาสตร์แบบเรียลไทม์ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต,สาขาวิชาการวัดและประเมินผล
การศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.