ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อศักยภาพของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ป่านันทนาการภูสิงห์ (หินสามวาฬ) จังหวัดบึงกาฬ

Main Article Content

พิทักษิณ ระวิชัย
ธนวิทย์ บุตรอุดม

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อศักยภาพของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่านันทนาการภูสิงห์ (หินสามวาฬ) จังหวัดบึงกาฬ และ 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาเครือข่ายชุมชนในการส่งเสริมการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่านันทนาการภูสิงห์(หินสามวาฬ) จังหวัดบึงกาฬ ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อศักยภาพของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่านันทนาการภูสิงห์ (หินสามวาฬ) จังหวัดบึงกาฬ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ด้านการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้ 2) ระดับความคิดเห็นศักยภาพของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่านันทนาการภูสิงห์ (หินสามวาฬ) จังหวัดบึงกาฬ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ด้านความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวก 3) ปัจจัยที่ส่งผลต่อศักยภาพของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยวในภาพรวม มีความสัมพันธ์ระดับสูง ทางบวกกับศักยภาพของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ด้านการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้  ด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน  มีความสัมพันธ์ระดับสูงทางบวก และด้านเครือข่ายการทำงานระหว่างชุมชน  มีความสัมพันธ์ระดับปานกลางทางบวกกับศักยภาพของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ตามลำดับ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อศักยภาพของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว 4 ด้าน ได้แก่ ด้านเครือข่ายการทำงานระหว่างชุมชน ด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน และด้านการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งสามารถพยากรณ์ศักยภาพของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว ภาพรวม ได้ร้อยละ 97.00 แนวทางการพัฒนาเครือข่ายชุมชนในการส่งเสริมการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่านันทนาการภูสิงห์(หินสามวาฬ) จังหวัดบึงกาฬ ได้แก่ จัดประชุมการจัดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างกลุ่มชุมชนเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ส่งเสริมรูปแบบการประชาสัมพันธ์โดยเน้นกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่น จัดอบรมทางด้านภาษาอังกฤษเพิ่มเติมไว้รองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ จัดประชุมเพื่อร่วมกันสำรวจพื้นที่ท่องเที่ยวแหล่งใหม่เพิ่มเติมจากที่มีอยู่ สร้างเครือข่ายการจัดการท่องเที่ยวระหว่างชุมชนกับหน่วยงานภาครัฐ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ระวิชัย . พ., & บุตรอุดม ธ. . (2024). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อศักยภาพของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ป่านันทนาการภูสิงห์ (หินสามวาฬ) จังหวัดบึงกาฬ. วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 6(1), 315–326. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JOBU2025/article/view/5426
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2564). แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของประเทศ พ.ศ. 2560-2564. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: พีดับบลิว ปริ้นติ้ง.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2559). คู่มือการตรวจประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร. พิมพ์ครั้งที่ 2. สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์.

จันทร์จิรา สุขบรรจง. (2559). การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของหนานมดแดง อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง. บัณฑิตวิทยาลัย :มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.

ณัฏฐินี ทองดีและกนก บุญศักดิ์. (2560). การจัดการตลาดการท่องเที่ยวโดยชุมชนของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง ชี มูล เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวประเทศไทย ลาว และเวียดนาม. วารสารอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ, 9(2), 127-134.

ลักษมี ทุ่งหว้า และคณะ. (2561). การพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการทีมงาน : กรณีศึกษา กลุ่มแม่บ้านชุมชนเปรมฤทัย เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร. วารสารเกษมบัณฑิต, 19(1), 65.

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ. (2562).ธุรกิจและเศรษฐกิจฐานราก แหล่งท่องเที่ยวชุมชน. สืบค้นเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2566. จาก https://thaipublica.org/tag/.

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน. (2561). มาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 2561. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2566.

จาก https://catalog.dasta.or.th/dataset/33_04_65