ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5

Main Article Content

เขมจิรา บุญทวี
นันท์นภัส การะบัตร
พูลศักดิ์ หอมสมบัติ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 2) เพื่อเปรียบเทียบระดับความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา 5 โดยจำแนกตามขนาดสถานศึกษา 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 359 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ.87 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานโดยการทดสอบค่าที ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการวิเคราะห์ระดับความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาใน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 โดยรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.09) 2)ผลการเปรียบเทียบระดับความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 โดยจำแนกตามขนาดสถานศึกษาพบว่า ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสถานศึกษาที่มีขนาดต่างกัน มีระดับความคิดเห็นต่อความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 โดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 3) แนวทางการพัฒนาความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาใน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 ได้แก่ 1) สถานศึกษาควรจัดการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการทํางานและการเรียนรู้เป็นทีม 2) สถานศึกษาควรใส่ใจทุกข์สุข ด้วยการส่งเสริมสวัสดิการพิเศษให้ทั่วถึง 3) สถานศึกษาควรส่งเสริมให้บุคลากรคิดค้นสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ 4) สถานศึกษาควรมีบรรยากาศที่สนับสนุนและปลูกฝังให้บุคลากรเห็นความสําคัญของการเรียนรู้ 5) สถานศึกษาควรพัฒนากลยุทธ์และกลไกในการแบ่งปันความรู้ระหว่างบุคลากร

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บุญทวี . เ. ., การะบัตร น. ., & หอมสมบัติ พ. . (2021). ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5. วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 3(2), 59–72. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JOBU2025/article/view/3898
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กฤษดา ชาญรบ. (2556).ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1. บัณฑิตวิทยาลัย :

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.

จักรกฤษณ์ ต่อพันธ์.(2562). การศึกษาความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาในจังหวัดชัยภูมิสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30.บัณฑิต

วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแก่น.

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546. (2546, ตุลาคม 9) ราชกิจจานุเบกษา, 120 (100 ก), 4

พระศรณรินทร์ มุ้ยจีน. (2559).องค์การแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร.วารสารศึกษาศาสตร์ มมร คณะ

ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย. ปีที่ 4 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2559)

ไพศาล วรคำ. (2559). การวิจัยทางการศึกษา, พิมพ์ครั้งที่ 8. มหาสารคาม: ตักสิลาการพิมพ์.

ไพลิน บุญนา. (2559). ลักษณะความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี. บัณฑิตวิทยาลัย :

มหาวิทยาลัยราชภัฏรําไพพรรณี.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5.(2563).ข้อมูลสารสนเทศ ปี การศึกษา 2563. อุบลราชธานี :สำนักงาน.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5.(ออนไลน์). http://www.ubon5.go.th สืบค้นวันที่ 21 มกราคม 2563

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2559). สภาวะการศึกษาไทย ปี 2557/2558 “จะปฏิรูปการศึกษาไทยให้ทันโลกในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไร”. กรุงเทพฯ: พิมพ์ดีการพิมพ์.

Kareem, J. (2016). The influence of leadership in building a learning organization. IUP Journal of Organizational Behavior. Volume 15

Issue 31.

Senge, P. M. (1990). The Fifth Discipline: The Art and Practice of Learning Organization. New York: Doubleday/Currency.

Senge, P.M. (2006). The Fifth Discipline: The Art and Practice of the Learning Organization. USA: Doubleday.