การบูรณาการหลักกาลิกที่ปรากฏในคัมภีร์สายพระวินัยปิฎก เพื่อส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์

Main Article Content

ชินวัชร นิลเนตร
เสฐียร ทั่งทองมะดัน
เบญจมาศ สุวรรณวงศ์

บทคัดย่อ

บทความฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (1) เพื่อศึกษาหลักกาลิกในคัมภีร์สายพระวินัย  (2) เพื่อศึกษาหลักหลักปฏิบัติเกี่ยวกับการลิกตามคัมภีร์สายพระวินัย (3) เพื่อการบูรณาการหลักกาลิกที่ปรากฏในคัมภีร์สายพระวินัยปิฎกเพื่อส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพเน้นการศึกษาข้อมูลจากพระวินัยปิฎกและอรรถกถาพระวินัยปิฎก จากผลการวิจัยพบว่า กาลิก หมายถึง การกำหนดเวลาการบริโภคโภชนาหารของพระสงฆ์ซึ่งพระวินัยบัญญัติกำหนดให้พระภิกษุรับประเคนโภชนาหารแล้วสามารถเก็บไว้และฉันได้ในเวลาที่กำหนดเท่านั้น ถ้าฉันเมื่อเลยเวลาที่กำหนดไว้ของโภชนาหารแต่ละประเภท ภิกษุรูปนั้นถือว่าทำผิดพระวินัยบัญญัติ แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ ยาวกาลิก ยามกาลิก สัตตาหกาลิก ยาวชีวิก โดยแต่ละประเภทมีลักษณะดังนี้คือ (1) ยาวกาลิก คือโภชนาหารที่รับประเคนไว้แล้ว พระสงฆ์สามารถฉันได้ตั้งแต่เวลาเช้าถึงเที่ยงของวันนั้นได้แก่ ข้าว ปลา เนื้อ นม ผลไม้ ธัญญพืช ขนม ของขบเคี้ยว เป็นต้น (2) ยามกาลิก คือ โภชนาหารที่รับประเคนไว้แล้ว พระสงฆ์สามารถฉันได้ตลอดเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืน ได้แก่น้ำปานะที่ทำจากผลไม้ 8 ชนิดหรือน้ำอัฏฐบาน และน้ำผลไม้สำเร็จรูป น้ำจากใบไม้และเมล็ดพืชขนาดเล็ก เป็นต้น ที่ปราศจากกากไม่มีผลิตภัณฑ์จากนมและธัญญพืชเป็นส่วนประกอบ (3) สัตตาหกาลิก คือ โภชนาหารที่รับประเคนไว้แล้ว พระสงฆ์สามารถฉันได้ภายในระยะเวลา 7 วัน ได้แก่ เภสัชทั้ง 5 คือ เนยใส  เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ในปัจจุบันรวมถึงผลิตภัณฑ์จากอ้อยด้วย (4) ยาวชีวิก คือ โภชนาหารที่รับประเคนไว้แล้ว พระสงฆ์สามารถฉันได้ตลอดไม่จำกัดเวลา ได้แก่ สิ่งของที่เป็นยารักษาโรค โดยเฉพาะยาจากสมุนไพรที่ทำจากพืช น้ำมันเหลวจากสัตว์ รวมถึงแร่ธาตุต่างๆ และยาแผนปัจจุบัน ส่วนหลักหลักปฏิบัติเกี่ยวกับโภชนาหารต้องยึดตามประเภทของกาลิกแต่ละชนิดจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระวินัยอย่างเคร่งครัด ประกอบกับหลักอาชีวปาริสุทธิ  หลักสัมมาอาชีวะ หลักโภชเนมัตตัญญุตา หลักธาตุปัจจเวกขณ์ และหลักมหาปเทส 4 โดยพระสงฆ์สามารถนำความรู้ความเข้าใจในหลักกาลิกนี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์โดยเฉพาะการฉันโภชนาหารเพื่อรักษาโรค บรรเทาโรคและป้องกันโรคได้

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
นิลเนตร ช. ., ทั่งทองมะดัน เ. ., & สุวรรณวงศ์ เ. . (2024). การบูรณาการหลักกาลิกที่ปรากฏในคัมภีร์สายพระวินัยปิฎก เพื่อส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ . วารสารพุทธศาสตร์ มจร.อุบลราชธานี, 6(3), 1195–1208. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JOBU2025/article/view/3393
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมอนามัย สำนักโภชนาการ กระทรวงสาธารณสุข. (2563). ตักบาตรด้วยโภชนาการ...นำพาพระสงฆ์สุขภาพดี. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ :บริษัท สามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ) จำกัด.

บดินทร์ จิตต์เจริญ. (2554). การรับรู้หลักโภชนาการในพระพุทธศาสนา กรณีศึกษาชาวพุทธที่เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาในเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

บุญศรี เทพสุวรรณวร. (2561). การศึกษาน้ำปานะในพระพุทธศาสนา. บัณฑิตวิทยาลัย :มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.

พระบุญเพ็ง ปมุตฺโต (น้ำท่วม). (2561). การศึกษาวิเคราะห์แนวคิดเรื่องการบริโภคอาหารกับการบรรลุธรรม ตามหลักพระพุทธศาสนาเถรวาท. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2535). พระไตรปิฎกภาษาบาลีฉบับมหาจุฬาเตปิฏกํ 2500. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สมเด็จพระพุทธโฆสาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2560). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์.พิมพ์ครั้งที่ 32. กรุงเทพฯ: บริษัท สหธรรมิก จำกัด.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (ส.ช). (2566). ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ 2566. กรุงเทพฯ: วุฒิวัฒน์การพิมพ์ จำกัด.

เสนาะ ขาวขำ. (2558). การใช้สมุนไพรตามพุทธานุญาตเพื่องานสาธารณสุขมูลฐาน.บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.