การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยของเยาวชนในจังหวัดนนทบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
วิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชนในจังหวัดนนทบุรี 2. เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชนในจังหวัดนนทบุรี และ 3. เพื่อเสนอแนวทางการส่งเสริมความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชนในจังหวัดนนทบุรี โดยการบูรณาการหลักสาราณียธรรม 6 ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพทั่วไปของความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชนในจังหวัดนนทบุรีภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านโดยเรียงลำดับตาม ค่าเฉลี่ยพบผลการศึกษา คือ ด้านรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวมอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาอยู่ในระดับมากทุกด้านตามลำคับ คือ ด้านรับผิดชอบตนเองและพึ่งพาตนเองได้ ด้านเคารพหลักความเสมอภาค ด้านเคารพกติกา ด้านเคารพสิทธิผู้อื่น ด้านเคารพความแตกต่าง 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชนในจังหวัดนนทบุรี มี 5 ด้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ0.01 เรียงตามลำดับ คือ 1.สถาบัน การศึกษา 2.สถาบันทางการเมือง 3.สถาบันครอบครัว 4.กลุ่มเพื่อน และ 5.สื่อมวลชน กระบวนการกล่อมเกลาทางการเมืองสามารถร่วมกันทำนาย ความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชนในจังหวัดนนทบุรีได้ร้อยละ 92.40 ส่วนหลักสาราณียธรรม 6 ที่ส่งผลต่อความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชนในจังหวัดนนทบุรีทั้ง 3 ด้าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระคับ 0.01 เรียงตามลำดับดังนี้ คือ ด้านเมตตาวจีกรรม (การพูดจากับผู้อื่นด้วยความรักและเมตตา) ด้านสีลสามัญญตา (มีความประพฤติสุจริตดีงามรักษาระเบียบวินัยของส่วนรวม) ด้านทิฏฐิสามัญญตา (เคารพรับฟังความคิดเห็นกันมีความเห็นชอบร่วมกัน) ด้านสาธารณโภคี (แจกจ่ายให้ได้มีส่วนร่วมใช้สอยให้ทั่วถึงกัน) ด้านเมตตามโนกรรม (คิดต่อกันด้วยเมตตา คือ ตั้งจิตปรารถนาดี) และ ด้านเมตตากายกรรม (กระทำต่อกันด้วยความเมตตา) แสดงว่าหลักสาราณียธรรม 6 สามารถร่วมกันทำนายความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชนในจังหวัดนนทบุรีได้ร้อยละ 94.70
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ธนาชัย สุนทรอนันตชัย ปกรณ์ ปาลวงษ์พานิช และกษมา สุขนิวัฒน์ชัย. (2562). "หน้าที่ของพลเมืองกับการเสริมสร้างสิทธิเสรีภาพสู่ความเป็นพลเมืองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560". รายงานวิจัย. สำนักวิจัยและพัฒนา : สถาบันพระปกเกล้า.
อภิชาต ดำดี. (2549). หลักพระพุทธศาสนากับการส่งเสริมวิถีชีวิตประชาธิปไตย. กรุงเทพมหานคร : บริษัทศูนย์การพิมพ์แก่นจันทร์.
ปรมต วรรณบวร. (2560) “ความเป็นพลเมืองเพื่อการส่งเสริมประชาธิปไตยในท้องถิ่น”. วารสารมจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์. 6(2) เมษายน–มิถุนายน 2560, 85-100.
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). (2543). กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคนสู่ประชาธิปไตย. กรุงเทพมหานคร : สหธรรมิก.
พระปลัดบุญมี คุณากโร (โพธิศรีสม). (2563). “การศึกษาวิเคราะห์การใช้หลักสาราณียธรรมในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของชุมชนเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา”. วารสารมหาจุฬานครทรรศน์. 7(4) เมษายน 2563, 132-133.
พิชิต กันยาวรรณ ธรรมนิตย์ วราภรณ์. (2560) “การกล่อมเกลาทางการเมืองและวัฒนธรรมทางการเมืองที่ส่งผลต่อประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมของประชาชนในเขตพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของประเทศไทย”, วารสาร มนุษยศาสตรและสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. 8(2) กรกฎาคม–ธันวาคม 2560, 180–189.
ศิวพร เจี่ยสกุล. "กรอบแนวคิดใหม่ : การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475". วารสารวิชาการไทยวิจัยและการจัดการ. 2(1) มกราคม-เมษายน 2564, 87-94.