ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบอกเล่าโดยชุมชนบนเส้นทางการท่องเที่ยวนิเวศประวัติศาสตร์มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบอกเล่าโดยชุมชนบนเส้นทางการท่องเที่ยวนิเวศประวัติศาสตร์มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อคือ 1) เพื่อรวบรวมเรื่องเล่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์พื้นถิ่นมอหินขาวในรูปแบบงานวิชาการ และ 2) เพื่อศึกษาการก่อตัวของภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวมอหินขาวที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ ผลการวิจัยพบว่า 1) เรื่องเล่าเกี่ยวกับมอหินขาวมาจากความเชื่อของชุมชนที่เล่าต่อกันมาตั้งแต่อพยพจากต่างถิ่นมาอาศัยพื้นที่มอหินขาวตั้งแต่ พ.ศ.2507 โดยเชื่อว่ามอหินขาวคือนครกลางหาวเชื่อมต่อสามภูมิคือภูมิมนุษย์ ภูมิพญานาค และภูมิเทพ โดยองค์เทพจะสถิตอยู่ตามก้อนหินแต่ละก้อน มี 5 องค์เทพที่ฤทธานุภาพแรงสถิตอยู่ที่เสาหิน 5 แท่ง เป็นบริเวณที่มีแสงประหลาดสีเขียวพุ่งทะลุหินแต่ละแท่งแล้วพุ่งลงไปวัดป่าพรหมราชศรัทธาธรรม และพุ่งกลับมาที่เสาหิน 5 แท่งในทุกวันขึ้น 15 ค่ำในอดีต 2) การก่อตัวของภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวมอหินขาวที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ เป็นไปในสองทิศทาง ทิศทางแรก ชาวบ้านอพยพออกจากพื้นที่ มอหินขาวในยุครัฐบาลปราบปรามคอมมิวนิสต์เขตป่าเขา พ.ศ. 2523 และให้พื้นที่สาธารณะดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยบริหารจัดการร่วมกันระหว่างชุมชนรอบพื้นที่มอหินขาวและหน่วยงานราชการ ต่อมา ได้รับการประชาสัมพันธ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัด มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมจำนวนมากตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 โดยจุดท่องเที่ยวสำคัญคือ บริเวณ เสาหิน 5 แท่ง การประชาสัมพันธ์ผ่านเพจ และเวปไซด์สำนักงานท่องเที่ยวและการกีฬาจังหวัดชัยภูมิ ผ่านภาพยนตร์เรื่องตำนานนเรศวรมหาราช ส่วนทิศทางที่สอง ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่บริหารจัดการไม่ลงตัวระหว่างชุมชน 2 แนวคิดในบริเวณพื้นที่รอบมอหินขาว กับหน่วยงานราชการจังหวัดชัยภูมิและกรมป่าไม้ รวมไปถึงอุทยานแห่งชาติภูแลนคา โดยชุมชนตำบลท่าหินโงมต้องการให้ชุมชนมีส่วนบริหารจัดการพื้นที่มอหินขาว ส่วนชุมชนตำบลซับสีทองเห็นว่าควรให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาดูแลเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการร้านค้าบริเวณแหล่งท่องเที่ยวและการรักษาความปลอดภัยบริเวณแหล่งท่องเที่ยวมอหินขาวแทนที่การให้ชุมชนบริหารจัดการในขณะที่นักท่องเที่ยวเพิ่มปริมาณมากขึ้นซึ่งไม่สามารถบริหารจัดการได้ ปัญหาดังกล่าวยังคงอยู่มาถึงปัจจุบัน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กิตติธัช ศรีฟ้า. (2564). บูรณภาพนิทัศน์ : การบริหารจัดการ และพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ทางทะเล เรือจมแก้วสมุทร. ดุษฎีนิพนธ์สาขาวิชาวิชาการบริหารศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยบูรพา. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
ปริญ รสจันทร์. (2563). รายงานการวิจัย การฟื้นฟูสำนึกชุมชนเพื่อการจัดการทรัพยากรท้องถิ่นอย่างมั่นคงยั่งยืนด้วย กระบวนการประวัติศาสตร์บอกเล่าในชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ร้อยเอ็ด: มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด.
ปวลักขิ์ สุรัสวดี. (2554). การสืบสานภูมิปัญญาของสายสกุลช่างปูนปั้น จังหวัดเพชรบุรี. บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
เพียงแข พงษ์ศิริบัญญัติ. (2546). รายงานการวิจัย ประวัติศาสตร์บอกเล่าเมืองสงชลาในช่วงสงครามโลกครั้งที่2 (พ.ศ. 2484 – 2488). สงขลา: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา.
เมธิรา ไกรนที. (2552). พัฒนาการของการตั้งถิ่นฐานชุมชนอูรักลาโว๊ยในพื้นที่ภูเก็ตจากมุมมองนิเวศวัฒนธรรม. บัณฑิตวิทยาลัย : จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
สุธิดา ตันเลิศ และสุรัชดา คะนึงเพียร. (2562). “พัฒนาการทางประวัติศาสตร์แบบมุขปาฐะบ้านคําฮี ตําบลโพนทราย อําเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร”. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ปีที่ 9 ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน 2561
เหมราช เหมหงษา. (2541). วิวัฒนาการการถ่ายทอดการบรรเลงจะเข้ :การศึกษาเชิงประวัติศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.