ความหลากหลายทางเพศในสถานศึกษา: ปัญหาและความท้าทายในบริบทสังคม วัฒนธรรม และการศึกษาไทย

Main Article Content

ธัญญารัตน์ ชื่นแสงจันทร์

บทคัดย่อ

            บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและความท้าทายของความหลากหลายทางเพศในสถานศึกษา โดยพิจารณาในมิติสังคม วัฒนธรรม และการศึกษาไทย เป็นการศึกษาเชิงเอกสาร โดยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัย ตำราวิชาการ และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากนั้นนำมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและตีความในบริบททางสังคม วัฒนธรรม และการศึกษาไทย ผลจากการศึกษาพบว่า ปัญหาความหลากหลายทางเพศในสถานศึกษาไม่ได้เกิดจากตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการปะทะกันของค่านิยมทางสังคมระหว่างแนวคิดดั้งเดิมกับแนวคิดร่วมสมัย ส่งผลให้ผู้เรียนที่มีความหลากหลายทางเพศต้องเผชิญกับการตีตรา การเลือกปฏิบัติ และข้อจำกัดในการแสดงอัตลักษณ์ของตนเอง ขณะเดียวกัน ครูและบุคลากรทางการศึกษายังขาดความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมในการจัดการเรียนรู้ที่เคารพความแตกต่าง นอกจากนี้ ระบบการศึกษาและนโยบายที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถรองรับความหลากหลายทางเพศได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา บทความนี้จึงเสนอแนะให้มองความหลากหลายทางเพศในฐานะปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมการเรียนรู้ ซึ่งจะอยู่ในกรอบแนวคิดการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพความหลากหลายทางเพศในสถานศึกษา ประกอบด้วย 3 ระดับ ได้แก่ ระดับบุคคล ระดับวัฒนธรรมสถานศึกษา และระดับนโยบาย โดยเน้นการสร้างความเข้าใจ การยอมรับ และการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชื่นแสงจันทร์ ธ. . (2026). ความหลากหลายทางเพศในสถานศึกษา: ปัญหาและความท้าทายในบริบทสังคม วัฒนธรรม และการศึกษาไทย. วารสารสื่อวิชาการและวิจัย, 2(1), 49–59. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JERR/article/view/7026
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กฤตยา อาชวนิจกุล. (2555). เพศวิถีทางเลือกที่เปลี่ยนไปในความหลากหลายทางเพศ, ปาจารยสาร, 36(1), 116.

คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2551). คู่มือการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร. กรุงเทพฯ: สำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ.

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ. (2550). สิทธิมนุษยชนของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.

นิภาวรรณ ศรีโยหะ. (2568). การตีตราทางสุขภาพจิต: บทบาทของพยาบาลชุมชน. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 41(2), 227-238.

พิมพ์สุรางค์ เตชะบุญเสริมศักดิ์. (2551). คุณภาพชีวิต ของผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ในกรุงเทพมหานคร. วารสารสาธารณสุขศาสตร์, 38(ฉบับพิเศษ), 91-103.

พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ. (2258, 13 มีนาคม). ราชกิจจานุเษกษา. เล่มที่ 132 ตอนที่ 18 ก, หน้า 17-27.

วรัทยา เอื้อชัยนุวัฒน์. (2567). คุณลักษณะที่ว่างที่เอื้อต่อการเป็นพื้นที่ทางสังคมในชุมชนเมืองของไทย: กรณีศึกษาชุมชนปากคลองบางสะแก ย่านตลาดพลู. วิทยานิพนธ์ปริญญาสถาปัตยกรรมศาสตร มหาบัณฑิต, สาขาวิชาสถาปัตยกรรม, ภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สิริกุล อิสรานุรักษ์ และปราณี สุทธิสุคนธ์. (2550). การอบรมเลี้ยงดูเด็ก. วารสารสาธารณสุขและการพัฒนา, 5(1), 105-108.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. (2553). แผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2552-2559). กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาศึกษาธิการ. (2556). บทวิเคราะห์สถานภาพการพัฒนาครูทั้งระบบและข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาครูเพื่อคุณภาพผู้เรียน. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: บริษัท พริกหวานการาฟฟิค จำกัด.

หนึ่งฤทัย ชัยดารา. (2559). การพัฒนารูปแบบการให้ความรู้กับผู้ปกครองแบบสุขดีเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในการอบรมเลี้ยงดูลูกให้ถูกเพศ. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 4(1), 273-283.

BBC. 23 ม.ค. 2568 วันประวัติศาสตร์ กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลใช้บังคับวันแรก. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.bbc.com/thai/articles/c1kmv4rr4xzo [20 มีนาคม 2569].

Goffman E. (1963.). Stigma: notes on the management of spoiled identity. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall.