https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JERR/issue/feed วารสารสื่อวิชาการและวิจัย 2026-04-30T11:11:52+07:00 Dr.Natiprada Chaisin jerr2568@gmail.com Open Journal Systems <p><a title="E-ISSN-[JERR]" href="https://portal.issn.org/resource/ISSN/3057-1936" target="_blank" rel="noopener"><strong>ISSN:</strong> 3057-1936 [Online]</a></p> <p><strong>กำหนดออก: </strong>3 ฉบับต่อปี ได้แก่ ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน) ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม– สิงหาคม) และฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม) </p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์: </strong></p> <p>วารสารสื่อวิชาการและวิจัย มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความกลุ่มสาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ คณาจารย์ นิสิตนักศึกษาและนักวิจัยทั้งในและนอกสถาบันการศึกษา</p> <p><strong>ประเภทของบทความ</strong><strong>: </strong>บทความวิจัย, บทความวิชาการ และบทวิจารณ์หนังสือ</p> <p><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์</strong><strong>: </strong>ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ</p> <p><strong>กระบวนการพิจารณาบทความ: </strong></p> <p>บทความทุกบทความจะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) จำนวน 3 ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์ ในลักษณะปกปิดความลับของทั้งสองฝ่าย (Double blind peer-reviewed) ที่ผู้พิจารณาบทความจะไม่ทราบชื่อ หรือข้อมูลของผู้เขียนบทความ และผู้เขียนบทความก็ไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความเช่นกัน</p> <p><strong>คำชี้แจงในการตีพิมพ์เผยแพร่บทความ</strong></p> <p>1. บทความที่ส่งมารับการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารสื่อวิชาการและวิจัยจะต้องไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารหรือแหล่งวิชาการอื่นๆ</p> <p>2. ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารสื่อวิชาการและวิจัยนี้ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารสื่อวิชาการและวิจัย ทั้งนี้กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่มีข้อผูกพันด้วยประการใดๆ ทั้งปวง</p> https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JERR/article/view/5933 ผลการจัดการเรียนรู้รายวิชาการประกันคุณภาพและปรัชญาการศึกษา โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ Doing Model 2026-01-27T07:23:07+07:00 อรรถพงษ์ ผิวเหลือง yanamath60@gmail.com <p> บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาการประกันคุณภาพและปรัชญาการศึกษา โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ Doing Model 2) ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ ที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ Doing Model รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) กลุ่มทดลอง ได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาการสอน ภาษาอังกฤษ จำนวน 46 รูป/คน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบทดสอบความสามารถ ก่อนเรียนและหลังเรียน 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) ค่าเฉลี่ย2) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ 3) ทดสอบค่า t-test</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาการประกันคุณภาพและปรัชญาการศึกษา โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ Doing Model หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ มีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ Doing Model ในระดับมากที่สุด</p> 2026-04-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสื่อวิชาการและวิจัย https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JERR/article/view/6375 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะของข้าราชการการเมืองท้องถิ่นเทศบาลเมืองดอนหัวฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี 2026-02-18T23:10:21+07:00 ธาราทิพย์ มูลศาสตร์ tharathip.182537@gmail.com <p> บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสมรรถนะของข้าราชการการเมืองท้องถิ่น เทศบาลเมืองดอนหัวฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ( 2) ศึกษาแนวทางในการพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานของข้าราชการการเมืองท้องถิ่น เทศบาลเมืองดอนหัวฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นวิจัยเชิงคุณภาพใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึก (in-depth interview) เป็นการสัมภาษณ์โดยใช้รูปแบบกึ่งมีโครงสร้าง (Semi-Structured interview) กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ข้าราชการเมืองท้องถิ่น เทศบาลเมืองดอนหัวฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จำนวน 12 คน สถิติที่ใช้เป็นสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics)</p> <p> ผลการวิจัย พบว่า (1) สมรรถนะของข้าราชการการเมืองท้องถิ่น เทศบาลเมืองดอนหัวฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี (2) แนวทางในการพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานของข้าราชการการเมืองท้องถิ่น เทศบาลเมืองดอนหัวฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ผลการวิจัยด้านสมรรถนะในการปฏิบัติงาน ข้าราชการการเมืองท้องถิ่นมีสมรรถนะครบทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ (1) สมรรถนะการมุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยให้ความสำคัญกับการค้นหาวิธีการใหม่ในการพัฒนางาน มีความกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ และมีความละเอียดรอบคอบในการปฏิบัติงาน (2) สมรรถนะการยึดมั่นในความถูกต้องและจริยธรรม โดยปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส ยึดหลักกฎหมาย คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน (3) สมรรถนะความเข้าใจในองค์กรและระบบงาน โดยมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการทำงาน สามารถปรับปรุงและพัฒนาระบบงานให้ทันต่อสถานการณ์ และเชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม (4) สมรรถนะการบริการเป็นเลิศ โดยมุ่งเน้นประโยชน์ระยะยาวของประชาชน ให้บริการด้วยความเต็มใจ รวดเร็ว และติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และ (5) สมรรถนะการทำงานเป็นทีม โดยส่งเสริมความสามัคคี เปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เคารพบทบาทหน้าที่ และร่วมมือกันปฏิบัติงานเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กร ข้าราชการการเมืองท้องถิ่นเทศบาลเมืองดอนหัวฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี มีสมรรถนะในการปฏิบัติงานในระดับที่เหมาะสม ครอบคลุมทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ จริยธรรม ความเข้าใจองค์กร การบริการ และการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารงานท้องถิ่นและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กรโดยรวม โดยสรุป สมรรถนะทั้ง 5 ด้านมีความเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกันอย่างเป็นระบบ หากองค์กรภาครัฐสามารถพัฒนาและส่งเสริมสมรรถนะเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม จะส่งผลให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างยั่งยืน</p> 2026-04-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสื่อวิชาการและวิจัย https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JERR/article/view/6680 การศึกษาปรากฏการณ์ทางคณิตศาสตร์ในยุคกรีกและการประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียน การสอนคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา 2026-03-23T07:34:41+07:00 กนกนภา เอราวรรณ nuntineekam@gmail.com <p> การวิจัยเรื่องปรากฏการณ์ทางคณิตศาสตร์ในยุคกรีกและการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสำคัญของแนวคิดทางคณิตศาสตร์ในยุคกรีก และวิเคราะห์แนวทางการนำแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษา การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) โดยศึกษาข้อมูลจากหนังสือ งานวิจัย และเอกสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์และปรัชญาคณิตศาสตร์ ผลการศึกษา พบว่า แนวคิดทางคณิตศาสตร์ในยุคกรีกมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาคณิตศาสตร์ในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะแนวคิดของ Pythagoras ที่เน้นความสัมพันธ์ของตัวเลข แนวคิดของ Euclid ที่พัฒนาระบบเรขาคณิตเชิงตรรกะ และแนวคิดของ Plato ที่มองว่าคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจความจริงของธรรมชาติ แนวคิดเหล่านี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษาได้ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการใช้เหตุผล การค้นพบด้วยตนเอง และการเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ การนำแนวคิดจากคณิตศาสตร์ยุคกรีกมาใช้ในการเรียนการสอนยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะการคิดเชิงตรรกะ ทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานทางเรขาคณิตของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการใช้แนวคิดทางประวัติศาสตร์และปรัชญาคณิตศาสตร์สามารถช่วยพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์และการเรียนรู้เชิงลึกของผู้เรียนในระดับประถมศึกษา</p> 2026-04-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสื่อวิชาการและวิจัย https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JERR/article/view/6654 ความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กรในบริบทของคนทำงาน 2026-03-13T08:08:26+07:00 ศรุตานนท์ ชอบประดิษฐ์ drnita2020@gmail.com <p> บทความฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กรในบริบทของคนทำงาน พบว่า “วัฒนธรรมองค์กร” เป็นปัจจัยพื้นฐานที่กำหนดทิศทาง พฤติกรรม และผลลัพธ์ของทั้งคนทำงานและองค์กรในระยะยาว วัฒนธรรมองค์กรประกอบด้วยค่านิยม ความเชื่อ บรรทัดฐาน และแนวปฏิบัติที่สมาชิกยึดถือร่วมกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อแรงจูงใจ ความผูกพัน และประสิทธิภาพการทำงาน หากองค์กรมีวัฒนธรรมที่ชัดเจนจะช่วยเพิ่มผลผลิต สนับสนุนการตัดสินใจที่รวดเร็ว และเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวในโลกยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง รวมถึงต้องให้ความสำคัญกับความหลากหลาย การยอมรับ และรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นในทางกลับกัน วัฒนธรรมที่ไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดปัญหา เช่น อัตราการลาออกสูง บรรยากาศการทำงานเป็นพิษ และการขาดนวัตกรรม ซึ่งส่งผลเสียต่อความสามารถ ในการแข่งขันขององค์กร กรณีศึกษาบริษัทผู้ผลิตรถสิบล้อแสดงให้เห็นชัดว่า วัฒนธรรมที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง การให้อำนาจพนักงาน และภาวะผู้นำที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า สามารถนำไปสู่การตัดสินใจที่สร้างความเชื่อมั่นและความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ได้ สุดท้าย การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งไม่ใช่หน้าที่ของผู้บริหารเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความร่วมมือของคนทำงานทุกระดับที่ต้องเข้าใจ ยึดมั่น และมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องเพื่อความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว</p> 2026-04-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสื่อวิชาการและวิจัย https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JERR/article/view/7026 ความหลากหลายทางเพศในสถานศึกษา: ปัญหาและความท้าทายในบริบทสังคม วัฒนธรรม และการศึกษาไทย 2026-04-17T19:54:10+07:00 ธัญญารัตน์ ชื่นแสงจันทร์ chuensangjanthanyarat@gmail.com <p> บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและความท้าทายของความหลากหลายทางเพศในสถานศึกษา โดยพิจารณาในมิติสังคม วัฒนธรรม และการศึกษาไทย เป็นการศึกษาเชิงเอกสาร โดยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัย ตำราวิชาการ และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากนั้นนำมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและตีความในบริบททางสังคม วัฒนธรรม และการศึกษาไทย ผลจากการศึกษาพบว่า ปัญหาความหลากหลายทางเพศในสถานศึกษาไม่ได้เกิดจากตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการปะทะกันของค่านิยมทางสังคมระหว่างแนวคิดดั้งเดิมกับแนวคิดร่วมสมัย ส่งผลให้ผู้เรียนที่มีความหลากหลายทางเพศต้องเผชิญกับการตีตรา การเลือกปฏิบัติ และข้อจำกัดในการแสดงอัตลักษณ์ของตนเอง ขณะเดียวกัน ครูและบุคลากรทางการศึกษายังขาดความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมในการจัดการเรียนรู้ที่เคารพความแตกต่าง นอกจากนี้ ระบบการศึกษาและนโยบายที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถรองรับความหลากหลายทางเพศได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา บทความนี้จึงเสนอแนะให้มองความหลากหลายทางเพศในฐานะปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมการเรียนรู้ ซึ่งจะอยู่ในกรอบแนวคิดการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพความหลากหลายทางเพศในสถานศึกษา ประกอบด้วย 3 ระดับ ได้แก่ ระดับบุคคล ระดับวัฒนธรรมสถานศึกษา และระดับนโยบาย โดยเน้นการสร้างความเข้าใจ การยอมรับ และการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม</p> 2026-04-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสื่อวิชาการและวิจัย