การศึกษาสภาพความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย

Main Article Content

นางสาวณิชา วัฒนวราห์
น้ำฝน บุญนิยม

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย 2)  เพื่อเปรียบเทียบสภาพความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย จำแนกตามวุฒิการศึกษา จำแนกตามประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน และขนาดของโรงเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย จำนวน 333 คน  กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางเปรียบเทียบแล้วทำการการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling)  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ . 0.98 ค่าสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนใช้สถิติ F-test ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อเรียงลำดับพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเรียงจากมากไปหาน้อยได้แก่ การเรียนรู้ของทีม (Team Learning) การคิดอย่างเป็นระบบ (Systematic Thinking) วิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision) แบบแผนความคิดอ่าน (Mental Models) และความรอบรู้แห่งตน (Personal Mastery) 2. ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของสภาพความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย จำแนกตามวุฒิการศึกษา ผลการวิจัยพบว่า แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงานและจำแนกตามขนาดของโรงเรียน ผลการวิจัยพบว่า ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
วัฒนวราห์ น., & บุญนิยม น. (2026). การศึกษาสภาพความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย. เสฏฐวิทย์ปริทัศน์, 6(2), 3419–3432. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/article/view/6850
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กอบชัย ลี้พิสิษฐ์สกุล. (2565). การประยุกต์ใช้สถิติเพื่อการตัดสินใจในงานวิจัยเชิงปริมาณ. วารสารวิชาการนวัตกรรมและโชติช่วง. 5(2), 112-125.

กมลวรรณ แสนเสนาะ และนันทิยา น้อยจันทร์. (2564). ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม. 20(1), 112-125.

จิราพรรณ เสียงเพราะ. (2561). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์. 19(2), 85-98.

ทักษิณ มาตภาพ. (2567). ภาวะผู้นำทางเทคโนโลยีและการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการศึกษา. 7(1), 120-135.

พรทิพย์ โชติช่วง. (2561). การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 25(1), 45-60.

นภัส สาฆ้อง. (2566). การบริหารองค์การแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2. วารสารวิชาการและวิจัยทางบริหารการศึกษา. 14(1), 145-158.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เชียงราย. (2567). รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2567. เชียงราย: กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูล.

สาวิตรี บุญนาน และพิมพ์ประภร เที่ยงภักดิ์. (2563). แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล. วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 16(3), 45-58.

Fullan, M. (2011). Change Leader: Learning to Do What Matters Most. San Francisco: Jossey-Bass.

Senge, P. M. (2006). The Fifth Discipline: The Art & Practice of The Learning Organization. New York: Doubleday.