แนวทางการบริหารงานวิชาการตามหลักอิทธิบาท 4 ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2

Main Article Content

ปวีณา ผลาผล
จิราภรณ์ ผันสว่าง

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารงานวิชาการตามหลักอิทธิบาท 4 2) ศึกษาแนวทางการประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 กับการบริหารงานวิชาการ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน จำนวน 351 คน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ในการสัมภาษณ์ จำนวน 6 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเที่ยงตรงระหว่าง 0.67 – 1.00 และความเชื่อมั่นของสภาพปัจจุบันทั้งฉบับเท่ากับ 0.89 และสภาพที่พึงประสงค์ทั้งฉบับเท่ากับ 0.98


ผลการวิจัย 1) สภาพปัจจุบัน โดยรวมอยู่ในระดับมาก เรียงจากสูงไปต่ำ 3 ลำดับแรก ได้แก่ การนิเทศ การวัดผล ประเมินผล และดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาหลักสูตร สภาพที่พึงประสงค์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก เรียงจากด้านสูงไปต่ำ 3 ลำดับแรก ได้แก่ การนิเทศ การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา


 


  1. ความต้องการจำเป็น ได้แก่ 1) การพัฒนาและใช้สื่อเทคโนโลยี 2) การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา 3) การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา

  2. แนวทาง 7 ด้าน 36 แนวทาง ดังนี้ (1) ด้านหลักสูตร (4 แนวทาง) (2) ด้านการสอน (5 แนวทาง) (3) ด้านสื่อเทคโนโลยี (5 แนวทาง) (4) ด้านแหล่งเรียนรู้ (6 แนวทาง) (5) ด้านการประเมินผล (6 แนวทาง) (6) ด้านการนิเทศ (6 แนวทาง)  (7) ด้านการประกันคุณภาพ (4 แนวทาง)

 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ผลาผล ป. . ., & ผันสว่าง จ. . (2026). แนวทางการบริหารงานวิชาการตามหลักอิทธิบาท 4 ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2. เสฏฐวิทย์ปริทัศน์, 6(1), 2488–2502. สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/article/view/4944
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง หลักสูตรแกนกลาการศึกษาขั้น พื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

________. (2561). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

จีรวิทย์ มั่นคงวัฒนะ. (2565). การบริหารงานวิชาการ. เรียกใช้เมื่อ 3 พฤศจิกายน 2567 จาก www.gotoknow.org.

นุชเรศ คำดีบุญ. (2564). การพัฒนาแนวทางการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานีเขต 4. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10 ฉบับปรับปรุงใหม่. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์.

พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตโต). (2538). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

________. (2543). ธรรมะกับการทำงาน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มูลนิธิพุทธรรม.

พัชญ์พิชา จันทา. (2563). แนวทางการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

ยุทธนา บัวบาล, สุนทร สายคำ และ พระครูปลัดบุญช่วยโชติวํโส. (2564). แนวทางการบริหารงานวิชาการตามหลักอิทธิบาท 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์เขต 2. Journal of Modern Learning Development. 6(1), 223-233.

ยุทธนา เกื้อกูล. (2560). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อสร้างผู้เรียนสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.

สุดารัตน์ วรสาร และจิราภรณ์ ผันสว่าง. (2567). การบริหารงานวิชาการเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาอำเภอหนองกุงศรี 2 จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารการบริหารการศึกษา มมร.วิทยาเขตร้อยเอ็ด. 4(2), 33-45.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุพาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สันติ บุญภิรมย์. (2557). การบริหารจัดการห้องเรียน Classroom Management. กรุงเทพมหานคร. ทริปเพิ้ลกรุ๊ป จำกัด.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2. (2566). ข้อมูลแผนการปฏิบัติการ. เรียกใช้เมื่อ 30 ตุลาคม 2567 จาก http://www.ret2.go.th/ict/.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement. 30(3), 607-610.