รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเตรียมการเข้าสู่วัยผู้สูงอายุตามแนวพฤฒพลังแบบมีส่วนร่วมของตำรวจภูธรภาค 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ (1) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เตรียมเข้าสู่วัยผู้สูงอายุตามแนวพฤฒพลังแบบมีส่วนร่วมของตำรวจภูธรภาค 4 (2) สร้างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต และ (3) ทดลองใช้และประเมินผลรูปแบบดังกล่าว การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 ศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต กลุ่มประชากรคือเจ้าหน้าที่ตำรวจอายุ 50–59 ปี จำนวน 5,040 นาย ใช้สูตร Taro Yamane กำหนดกลุ่มตัวอย่าง 371 นาย สุ่มอย่างเป็นสัดส่วน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ด้วยการถดถอยพหุคูณและสมการเชิงโครงสร้าง ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการเสริมสร้างคุณภาพชีวิต โดยอาศัยข้อมูลจากระยะที่ 1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการและการสนทนากลุ่มกับผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 20 คน เพื่อนำมาสังเคราะห์และปรับปรุงจนได้รูปแบบที่ครอบคลุมปัจจัยทั้ง 6 ด้าน คือ ร่างกาย การมีส่วนร่วม หลักประกันความมั่นคง สิ่งแวดล้อม จิตใจ และคุณภาพชีวิต พร้อมกิจกรรมพัฒนา 6 รายการที่เหมาะสม ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบกับกลุ่มตัวอย่าง 40 นาย และเปรียบเทียบผลก่อน–หลังการทดลอง ด้วยสถิติ MANOVA ที่ระดับนัยสำคัญ .05
ผลการวิจัยพบว่า (1) คุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในระดับมาก ( = 3.893) โดยด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดคือคุณภาพชีวิต ( = 4.012) และต่ำสุดคือสิ่งแวดล้อม ( = 3.714) ข้อมูลมีการกระจายเป็นปกติ (2) รูปแบบที่สร้างขึ้นผ่านการเห็นชอบของผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมปัจจัยสำคัญครบถ้วน และ (3) ผลการทดลองใช้แสดงว่าค่าเฉลี่ยคุณภาพชีวิตโดยรวมและทุกด้านหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมี
นัยสำคัญ จึงสรุปได้ว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นสามารถเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงวัยเตรียมสูงอายุได้อย่างมีประสิทธิผล
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ฉวีวรรณ อุปมานะ. (2561). การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี (ภาคบรรยาย). การประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่ 3 “นวัตกรรมที่พลิกโฉมสังคมโลก”. มหาวิทยาลัยราชธานี.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2562). แผนหลัก สสส. 2561-2563. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). เรียกใช้เมื่อ 2 มิถุนายน 2562, จากhttp://resource.thaihealth.or.th/library/hot/16191.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2564). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564 และ 2565. เรียกใช้เมื่อ 2 มิถุนายน 2562, จาก https://www.nesdc.go.th /the-national-economic-and-social-development-plan/.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2566). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ปี 2566. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
สุภาพรรณ บริบูรณ์. (2560). แนวคิดพฤฒพลังกับการพัฒนาผู้สูงอายุไทย. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์. 43(2), 55–72.
สุพัตรา สุภาพ. (2562). การบริหารทรัพยากรมนุษย์. กรุงเทพมหานคร: ธรรมนิติ.
สมสมัย พิลาแดง และคณะ.ความต้องการสวัสดิการสังคมของ ผู้สูงอายุในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลดงพยุง อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์. 3(1), 133–148.
ฐาณญา สมภู่. (2560). การพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมภาวะพฤฒิพลังของชมรมผู้สูงอายุไทย วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศิลปากร.
อรพิน ปิยะสกุลเกียรติ. (2561). การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในตำบลท่าแค จังหวัดลพบุรี. วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก. 36(3), 46–65.
Taro Yamane. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. (3rd Ed). NewYork: Harper and Row Publications.
World Health Organization. (2002). Innovative care for chronic conditions: Building blocks for action: Global report. Geneva: WHO.