ประสิทธิภาพของการบริหารสภาพคล่องกับการอยู่รอดของธุรกิจ กรณีศึกษา บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร

Main Article Content

นิกข์นิภา บุญช่วย
พนิดา กาลจักร
วรเทพ ตรีวิจิตร

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิภาพของการบริหารสภาพคล่องกับการอยู่รอดของธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์    แห่งประเทศไทย วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้มาจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และข้อมูลที่ใช้ศึกษา งบการเงินและรายงานประจำปี (Form 56-1) ที่อยู่ในช่วงภายในรอบระยะเวลาบัญชีสำหรับปีสิ้นสุด 31 ธันวาคม ตั้งแต่ พ.ศ. 2564 ถึง พ.ศ. 2566 รวมระยะเวลา 3 ปี คำนวณตัวชี้วัดทางการเงิน ได้แก่ Current Ratio, Quick Ratio, Cash Flow Liquidity, Return on Assets, Return on Equity และ กำไรสุทธิ ข้อมูลวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ แบบมาตรฐาน เพื่อประเมินความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารสภาพคล่องกับความสามารถในการอยู่รอดของธุรกิจ


ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพของการบริหารสภาพคล่องมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการอยู่รอดของธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Cash Flow Liquidity ซึ่งมีอิทธิพลสูงสุดต่อผลประกอบการ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ถดถอย ต่อ ROA ที่ 3.45 และต่อ ROE ที่ 5.78 ซึ่งสูงกว่าตัวแปรอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วน Quick Ratio ที่ระดับ 1.2-1.5 เท่า ส่งผลบวกต่อ ROA และ ROE ในขณะที่ Current Ratio ไม่พบนัยสำคัญทางสถิติ และพบว่า CRQ และ Cash Flow Liquidity มีความสัมพันธ์กันที่ระดับ 0.51 นอกจากนี้ การเปรียบเทียบกลุ่มตัวอย่างพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทที่มี Cash Flow ≥ 0 มี ROA เฉลี่ย 8.10% และ ROE เฉลี่ย


 


 11.20% สูงกว่ากลุ่มที่มี Cash Flow ติดลบ (ROA = 1.25%, ROE = -5.40%) อย่างชัดเจน ส่วนบริษัทที่มี CR สูง (> 1.5 เท่า) มีกำไรสุทธิเฉลี่ย 9.87 ล้านบาท ต่อปี ขณะที่กลุ่ม CR ต่ำได้เพียง 1.98 ล้านบาท ดังนี้ องค์กรควรกำหนดเกณฑ์ Cash Flow Liquidity ≥ 0.4 เท่า และปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อบริหารสภาพคล่องเชิงรุก รวมทั้งรักษาระดับ Quick Ratio ที่ 1.2-1.5 เท่า เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเพิ่มความยืดหยุ่นทางธุรกิจ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บุญช่วย น., กาลจักร พ. ., & ตรีวิจิตร ว. . (2025). ประสิทธิภาพของการบริหารสภาพคล่องกับการอยู่รอดของธุรกิจ กรณีศึกษา บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร . เสฏฐวิทย์ปริทัศน์, 5(3). สืบค้น จาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/article/view/2843
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

โชติกา พิโรจน์. (2564). การบริหารเงินทุนหมุนเวียนและโครงสร้างทางการเงินที่ส่งผลต่อมูลค่าของกิจการในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารที่จด

ทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในสถานการณ์โรค COVID-19. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

ดลยา ไชยวงศ์. (2565). กลยุทธ์การบริหารสภาพคล่องสำหรับ SMEs อาหารไทยในยุคดิจิทัล. วารสารการเงินธนาคาร. 37(3), 78–95.

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. (2566). คู่มือการบริหารสภาพคล่องสำหรับบริษัทจดทะเบียน. เรียกใช้เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 จาก

https://www.set.or.th

วัฒนธร, ส. (2565). ปัจจัยสภาพคล่องที่ส่งผลต่อความอยู่รอดของธุรกิจอาหารแปรรูปไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2564). กลยุทธ์การบริหารสภาพคล่องสำหรับอุตสาหกรรมอาหารไทยในยุคดิจิทัล เรียกใช้เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 จาก

https://www.krungsri.com/research

ศุภเจตน์ จันทร์สาส์น และ ธันยกร จันทร์สาส์น. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพคล่องและความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจโรงแรมที่จดทะเบียนใน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. วารสารการบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 12(2), 78-92.

Chen, L., & Huang, W. (2023). Digital liquidity management in food manufacturing: Evidence from Taiwan. Journal of Asian Financial

Management, 15(2), 45–62.

Gitman, L. J., & Zutter, C. J. (2022). Principles of liquidity management in volatile markets

(7th ed.). Pearson Education.

Ross, S. A., Westerfield, R. W., & Jaffe, J. (2021). Corporate finance (12th ed.). McGraw-Hill Education.

Smith, J. R., & Johnson, M. K. (2022). Liquidity optimization in beverage industry: A survival analysis. International Journal of Food

Business, 8(3), 112–130.