ภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการทำงานของครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา 2) ศึกษาแรงจูงใจในการทำงานของครูในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 2 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารกับแรงจูงใจของครู และ 4) ศึกษาภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อแรงจูงใจการทำงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 2 ศึกษาภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการทำงานของครู การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง 285 คน ได้จากสูตรของ Krejcie and Morgan ใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นตามสัดส่วนประชากร เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยแบบขั้นตอน
ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารโดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) แรงจูงใจในการทำงานของครูในโรงเรียนอยู่ในระดับมาก 3) ภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับแรงจูงใจของครูอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 4) ตัวแปรที่สามารถพยากรณ์ภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารได้อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ด้านผู้นำของผู้นำ, ด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม และด้านการทำงานเป็นทีม ซึ่งสามารถพยากรณ์ได้ร้อยละ 73.90
สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ: Ŷ = .534 + .723X6 + .426X3 - .298X4 สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน: Z = .728ZX6 + .468ZX3 - .342ZX4
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2555). แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 - 2559).กรุงเทพมหานคร : กระทรวงศึกษาธิการ.
จุฑาธิปต์ ทัพไทย. (2560). ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลสามเสน (สลากกิน แบ่งรัฐบาล อุปถัมภ์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยบูรพา.
นภัสวรรณ กล้าหาญ (2564). การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการใช้สถานการณ์ในชีวิตจริงร่วมกับการใช้คำถามที่ส่งเสริมมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ เรื่อง การวัดค่ากลางของข้อมูล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. สิกขา วารสารศึกษาศาสตร์. 8(1), 1-12.
บุญชม ศรีสะอาด.(2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สุวิริยาสาส์น.
ปิลันธน์ วีระภัทรกุล. (2560). รูปแบบพัฒนาภาวะผู้นาเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
เพ็ญนภา ศรีภูธร. (2562). การศึกษาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา.บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี.
ศศิรดา แพงไทย และคณะ. (2562). ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์. 6 (7), 3299-3313
สมบัติ ท้ายเรือคํา. (2551). วิธีการทางสถิติสาหรับการวิจัย. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 2, (2567). เรียกใช้เมื่อ 1 เมษายน 2568 จาก https://nb2.go.th
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
อรสา เพชรนุ้ย. (2560). การศึกษาแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสานักงานเขตพื้นทีการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2. การค้นคว้าอิสระ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา.บัณฑิวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
อารีวรรณ ประสาน. (2553). การจัดการความรู้. เรียกใช้เมื่อ 1 มีนาคม 2563 จากhttp//www.eme2. dbec.go.th
Anderson, M. (2023). Educational effectiveness in modern universities. Joumal of Higher Education Management. 45(2), 112-128.
Krejcie, R.V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement. 30(3), pp. 607-610.