การปฏิวัติความโปร่งใสทางดิจิทัล: บทบาทของสื่อสังคมออนไลน์เพื่อการเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารการศึกษา
คำสำคัญ:
ความโปร่งใสทางดิจิทัล, สื่อสังคมออนไลน์, การเสริมสร้างธรรมาภิบาลทางการศึกษาบทคัดย่อ
การปฏิวัติความโปร่งใสดิจิทัลได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบต่อการบริหารการศึกษา โดยผลักดันให้สถานศึกษาปรับตัวจากการบริหารแบบเอกสารสู่การบริหารบนฐานข้อมูลที่เปิดเผย ตรวจสอบได้ และมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน บทความนี้ได้นำเสนอการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารการศึกษา โดยศึกษาจากหลักธรรมาภิบาล แนวคิดความโปร่งใสดิจิทัล บทบาทของสื่อสังคมออนไลน์ และยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติจริง
จากการศึกษาพบว่า สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลที่ช่วยสร้างการสื่อสารสองทาง การเปิดเผยข้อมูลแบบเรียลไทม์ และการเสริมสร้างความไว้วางใจต่อสาธารณะ นอกจากนี้ บทความยังเสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์ 5 ประการ ได้แก่ การกำหนดมาตรฐานธรรมาภิบาลดิจิทัล การพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของบุคลากร การสร้างระบบข้อมูลเปิด การใช้ AI ในการประเมินความโปร่งใส และการสร้างเครือข่ายชุมชนออนไลน์
พร้อมทั้งชี้ให้เห็นบทบาทสำคัญของผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะผู้นำการเปลี่ยนผ่านดิจิทัล ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงนโยบาย เทคโนโลยี และวัฒนธรรมองค์กรเข้าด้วยกัน ส่งผลให้ได้องค์ความรู้ใหม่ว่าการสร้างความโปร่งใสดิจิทัลจำเป็นต้องเป็นระบบนิเวศธรรมาภิบาลดิจิทัลที่ผสานแนวคิดเทคโนโลยี กลยุทธ์ และภาวะผู้นำเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาโรงเรียนไทยให้เป็นองค์กรที่โปร่งใส มีคุณธรรม รับผิดชอบต่อสังคม และได้รับความไว้วางใจอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. แผนยุทธศาสตร์ดิจิทัลเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2566–2570. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, 2566.
บุญเชิด ชำนิศาสตร์. “การบริหารสถานศึกษาตามหลักธรรมาภิบาลยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1”. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2565
มานพ สายใจ, โสภา โยธิน, และ ม่วงนนท์ รัตนะ. “ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา”. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ ปีที่ 14 ฉบับที่ 3 (พฤษภาคม–มิถุนายน 2568). 221–232.
วีรวิทย์ องค์เจริญวรรณ. “แนวทางการใช้สื่อสังคมในการบริหารสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 จังหวัดนนทบุรี”. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์. ปีที่ 34 ฉบับที่ 1 (มกราคม–เมษายน 2562). 119–127.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. แนวทางการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อการบริหารสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สพฐ., 2565.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. คู่มือหลักธรรมาภิบาลภาครัฐไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงาน ก.พ.ร., 2565.
Bryson, John M., Barbara C. Crosby, and Laura Bloomberg. “Public Value Governance: Moving beyond Traditional Public Administration and the New Public Management”. Public Administration Review. Vol. 80 No. 1 (2020). 23–36.
Chou, Ching, and Qiang Fu. “Digital Literacy and Data Privacy in Education: Balancing Transparency and Protection”. Computers & Education Open. Vol. 4 No. 1 (2023). 100–112.
Fischer-Preßler, Dirk, Carsten Schwemmer, and Katrin Fischbach. “Social Media Information Governance in Multi-Level Institutions”. Government Information Quarterly. Vol. 40 No. 2 (2023), 101–114.
Harmono, F. “The Role of Social Media in Realizing Accountability for the Implementation of E-Governance”. Gema Wiralodra. Vol. 15 No. 1 (2024). 627–633.
Meijer, A. “Government Transparency in the Digital Era: Theories and Practice”. Public Administration Review. Vol. 77 No. 6 (2017). 865–874.
OECD. Governance for Digital Transformation: Policies for the Future. Paris: OECD, 2020.
UNESCO. Education for Digital Transformation: Building Inclusive, Equitable, and Ethical Digital Learning Societies. Paris: United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization, 2023.
United Nations. The Sustainable Development Goals Report 2023. New York: United Nations, 2023.
Villodre, J. “A Three-Model Approach to Understand Social Media-Mediated Transparency in Public Administration”. Journal of Public Affairs. Vol. 25 No. 3 (2025). 27–39.
