การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ในการป้องกันและควบคุมโรคซิลิโคซิสของบุคลากรสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดสระบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันและควบคุมโรคซิลิโคซิสของบุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดสระบุรี และ (2) พัฒนารูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันและควบคุมโรคดังกล่าว การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ดำเนินการ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์ความรอบรู้ด้านสุขภาพ กลุ่มตัวอย่างคือบุคลากรสาธารณสุขที่รับผิดชอบงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย จำนวน 126 คน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบและทดลองใช้โดยประยุกต์กระบวนการ PAOR ได้แก่ Planning, Action, Observation และ Reflection ในพื้นที่อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี กลุ่มตัวอย่างจำนวน 18 คน และระยะที่ 3 ประเมินผลรูปแบบและความพึงพอใจของผู้เข้าร่วม จำนวน 18 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม แบบบันทึกกิจกรรม และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มสัมพันธ์ (Paired sample t-test) และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า (1) ระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันและควบคุมโรคซิลิโคซิสของบุคลากรสาธารณสุขโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านการเข้าถึงข้อมูลมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือด้านการเข้าใจข้อมูล การไต่ถาม การตัดสินใจ และการนำไปใช้ตามลำดับ และ (2) รูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ Knowledge, Awareness, Proactive, Environment, Law และ Supporting ผลการทดลองใช้รูปแบบพบว่าคะแนนความรอบรู้ด้านสุขภาพหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < .05) และผู้เข้าร่วมมีความพึงพอใจต่อรูปแบบกิจกรรมในระดับมาก ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่ารูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพสามารถพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขในการป้องกันและควบคุมโรคซิลิโคซิสได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิและขยายผลสู่พื้นที่อื่นได้
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. (2563). โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรกระบวนการเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันโรค. กรุงเทพฯ: สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนา พฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. (2563). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: เข้าถึง เข้าใจ และการนำไปใช้ (พิมพ์ ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง.
จันทกานต์ วลัยเสถียร และเบญจมาศ อุ่นรัตน์. (2565). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพการป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่ต้นแบบ อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์. วารสารวิชาการ สคร.9, 28(1), 27.
ชาตรี แมตสี่. (2560). การสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ: จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ. วารสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์, 9(2), 96–110.
ทศพล เธียรวิภาสวงศ์ และมนัชชา ภิรมย์อยู่. (2565). การศึกษาสถานการณ์สุขภาพแรงงาน กลุ่มเสี่ยงต่อฝุ่นซิลิกาในประเทศไทย. วารสารความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม, 31(2), 1.
เบญจมาศ อุ่นรัตน์ และพรรณรัตน์ เป็นสุข. (2564). การพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมความ รอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับในสถานศึกษาต้นแบบ เขตสุขภาพที่ 9. วารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง, 6(1), 175–176.
ประเวช ชุ่มเกษรกูลกิจ และคณะ. (2563). การประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพของประชาชนไทย ปี 2563. กรุงเทพมหานคร: พุ่มทอง.
ปิญชาน์ ปรัชญคุปต์, จตุพร เหลืองอุบล และวรพจน์ พรหมสัตยพรต. (2566). การพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น จังหวัดยโสธร. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 9(2), 30.
พรรณรัตน์ เป็นสุข, นิรันตา ไชยพาน และจันทกานต์ วลัยเสถียร. (2564). ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันควบคุมโรคของบุคลากรสาธารณสุข ในเขตสุขภาพที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ประจำปี 2564. วารสารวิชาการสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 9, 29(3), 5.
เพ็ญวิภา นิลเนตร และณฐกร นิลเนตร. (2567). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้ด้าน สุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ. 2ส. ของประชาชนวัยทำงานในพื้นที่หมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 6. วารสารสภาการสาธารณสุข ชุมชน, 5(1), 27.
รุสลี บาเหะ. (2559). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถในการสร้างเสริมสุขภาพของเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดปัตตานี (วิทยานิพนธ์ปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
วีรนุช เชาวกิจเจริญ. (2563). ความรอบรู้ด้านอาชีวอนามัยของบุคลากรในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในสังกัดกรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริชัย รินทะราช. (2567). ความรอบรู้และพฤติกรรมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพกลุ่มเด็กก่อนวัยเรียนจากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอนของครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 17(1), 198.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี. (2567). รายงานผู้ป่วยโรคปอดจากฝุ่นหินทราย ปี 2564– 2567. เอกสารอัดสำเนา.
อรพันธ อันติมานนท์ และคณะ. (2566). การพัฒนาต้นแบบองค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันโรคซิลิโคซิสในสถานประกอบการและหน่วยบริการสุขภาพ จังหวัดสระบุรี. กระทรวงสาธารณสุข และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
Best, J. W. (1981). Research in education (4th ed.). New Jersey: Prentice Hall.
International Labour Office (ILO). (2009). Declaration on fundamental principles and rights at work. Geneva: International Labour Organization.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Victoria: Deakin University.
Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine, 67(12), 2072–2078.