กลยุทธ์การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง : ศึกษาเฉพาะกรณีการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองในจังหวัดตรัง
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองในจังหวัดตรัง 2) เพื่อวิเคราะห์กลยุทธ์การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง : ศึกษาเฉพาะกรณี การรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองในจังหวัดตรัง 3) เพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง : ศึกษาเฉพาะกรณีการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองในจังหวัดตรัง เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative) โดยรวบรวมข้อมูลทางเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก ใช้วิธีเลือกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ในการสัมภาษณ์แบบเจาะจง และจัดเสวนากลุ่ม (Focus Group) จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 35 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ และวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีพรรณนา
ผลการวิจัย พบว่า 1. สภาพปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองในจังหวัดตรัง ผลการวิจัย พบว่า การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองในจังหวัดตรังตั้งอยู่บนพื้นฐานของการวิเคราะห์พื้นที่และบริบทอย่างเป็นระบบ โดยศึกษาภาพลักษณ์ผู้สมัครและคู่แข่ง ข้อมูลประชากร วัฒนธรรม และพฤติกรรมผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พร้อมสำรวจฐานคะแนนทั้งเชิงปริมาณและเชิงลึก เพื่อนำข้อมูลมาใช้กำหนดกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพท้องถิ่น
- กลยุทธ์การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง : ศึกษาเฉพาะกรณีการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองในจังหวัดตรัง ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า พรรคการเมืองประยุกต์แนวคิดการตลาดการเมือง 4P’s ได้แก่ การกำหนดนโยบายที่เป็นจุดขาย (Product) การสื่อสารผ่านเครือข่ายบุคคล (Push Marketing) การใช้สื่อและกิจกรรมประชาสัมพันธ์ (Pull Marketing) และการสำรวจความคิดเห็น (Polling) อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของนักการเมืองที่ส่งผลต่อความไว้วางใจของประชาชน
- การสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองในจังหวัดตรัง พบว่า กลยุทธ์การหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองในจังหวัดตรังต้องอาศัยการลงพื้นที่ รับฟังปัญหาประชาชน และปรับแนวทางให้เหมาะกับบริบทชุมชน โดยงานวิจัยเสนอ PIPCP Model ที่เน้นการเตรียมความพร้อม การสำรวจคะแนนนิยม การสร้างเครือข่ายอาสาสมัคร และการประชาสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มโอกาสชนะการเลือกตั้ง
Article Details
เอกสารอ้างอิง
นันทนา นันทวโรภาส (2558). การสื่อสารทางการเมือง ศึกษากรณีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั่วไปของพรรคไทยรักไทย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ปรมาภรณ์ แสงแก่นสาร และ ศิวัช ศรีโภคางกุล. (2566). นโยบายพรรคการเมืองกับการแก้ปัญหาช่องว่างทางดิจิทัลในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งปี 2566. Journal of Modern Learning Development, 8(8), 256-266.
ปริญญา เทวานฤมิตรกุล. (2560). ประเด็นสำคัญที่พึงมีและควรแก้ไขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 : การได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร. กรุงเทพฯ:สถาบันพระปกเกล้า.
ปิยนันท์ ช่วงวงษ์หล้า. (2564). ปัญหาและอุปสรรคทางกฎหมายในการใช้ระบบการเลือกตั้งระบบจัดสรรปันส่วนผสมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. ใน วิทยานิพนธ์หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต.
พรรณรัตน์ ดิษฐ์เจริญ และ Phannarat Ditcharoen. (2562). ระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบผสมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2564). ธรรมนูญชีวิต : พุทธจริยธรรมเพื่อชีวิตที่ดีงาม.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์พระพุทธศาสนาของธรรมสภา.
พระสุรสีห์ มหาปุญโญ. (2566). ความคิดเห็นทางการเมืองของประชาชนในสังคมพหุวัฒนธรรมในอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง. ใน สารนิพนธ์ปริญญารัฐศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วรเจตน์ ภาคีรัตน์. (2562). กฎหมายวิธีพิจารณาคดีปกครองเปรียบเทียบ. มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: คณะนิติศาสตร์.
สมศักดิ์ เมดาน. (2566). กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดทางการเมืองในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองไทย. วารสาร มจร เลย ปริทัศน์, 4(1), 22-33.
สุรศักดิ์ ศรีธรรมกุล และนิพนธ์ โซะเฮง. (2566). กลยุทธ์การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งทั่วไปปีพุทธศักราช 2554 เปรียบเทียบ ปีพุทธศักราช 2562. วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 9(1), 281-293.
หยุด แสงอุทัย. (2561). คำอธิบายกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
อรดี เรียงภักดี. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดมหาสารคาม. ใน วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต รัฐประศาสนศาสตร์. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.