กฎสามประเภทสำหรับภิกษุสงฆ์: การวิเคราะห์แนวคิดของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

Main Article Content

อภิภัสร์ ปาสานะเก
ประดุจทิพย์ สายเมฆ
นิธิวดี รังสีกาญจน์ส่อง
พุฒิพัฒน์ ศิลปะศาสตร์
สาลินี ลิขิตพัฒนะกุล
ชัยวัฒน์ ป้อมพิทักษ์

บทคัดย่อ

          แนวคิดเรื่องกฎสามประเภทสำหรับภิกษุสงฆ์ ซึ่งริเริ่มโดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ถือเป็นกรอบความคิดสำคัญที่ผสานพระธรรมวินัย กฎหมายแผ่นดิน และจารีตประเพณีเข้าด้วยกัน เพื่อธำรงความสมดุลระหว่างสมณเพศกับสังคมไทยสมัยใหม่ การศึกษานี้ใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (qualitative analysis) โดยอาศัยการวิเคราะห์เอกสาร (documentary research) การวิเคราะห์ข้อความ (textual analysis) จากพระนิพนธ์ แถลงการณ์คณะสงฆ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการศึกษาเชิงเปรียบเทียบ (comparative study) กับระบบกฎหมายคณะสงฆ์ในประเทศพุทธศาสนาอื่น เช่น ศรีลังกาและเมียนมา


          ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า กฎสามประเภทมิใช่ระบบที่แยกจากกัน แต่เป็นโครงสร้างแบบบูรณาการซึ่งภิกษุสงฆ์ควรยึดถือพร้อมกัน เพื่อธำรงคุณค่าแห่งสมณเพศและเสริมสร้างศรัทธาของสังคม นอกจากนี้ แนวคิดดังกล่าวยังสอดคล้องกับทฤษฎีกฎหมายพหุนิยม (legal pluralism) ที่ยอมรับการอยู่ร่วมกันของหลายระบบกฎหมายในสังคมเดียว ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายคือ ควรบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับกฎสามประเภทในหลักสูตรอุดมศึกษาของพระสงฆ์ โดยเฉพาะสาขานิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยสงฆ์ รวมถึงการจัดตั้งกลไกร่วมระหว่างรัฐกับคณะสงฆ์ในการกำกับดูแลกิจการพระพุทธศาสนา เช่น การจัดตั้งคณะกรรมการกลางรัฐ–สงฆ์ และการปรับปรุงระบบตรวจสอบการเงินของวัด เพื่อสร้างความโปร่งใสและเสถียรภาพของสถาบันสงฆ์ในระยะยาว

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

กานท์กลอน รักธรรม. (2560). พุทธศาสนายังสำคัญสุด! ศรีลังกาย้ำ หลังคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญด้านศาสนา คลายปมขัดแย้งชาวสิงหล-ทมิฬ. เรียกใช้เมื่อ 5 กรกฎาคม 2568 จาก https://thestandard.co/news-world-srilanka-edit-religion-constitution-to-solve-singhol-tamil-conflict/

คู่มือพระสังฆาธิการ. (2567). แถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม 2 พ.ศ. 2457 (เล่ม 2, น. 36) เรื่องพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.

พระครูธรรมธรสฐาพร ปภสฺสโร, พระมหาสุพัฒน์ นนฺทปญฺโญ, และ พระครูภาวนาโชติคุณ (กุ้ยไฮ้ ชุตินฺธโร). (2568). ย้อนรอยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 กับแนวคิดในการใช้เป็นเครื่องมือสร้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์. วารสารพุทธนวัตกรรมและการจัดการ, 8(1), 148-162.

พระปลัดระพิน พุทฺธิสาโร. (2567). พระสงฆ์ การเมือง คุก ในสังคมไทย. พระนครศรีอยุธยา: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระปลัดศานิตย์ นิจฺจงฺคุโณ (พงษ์จตุรา). (2567). การบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายกับการวินิจฉัยกรณี พระภิกษุต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาบนฐานพระวินัยบัญญัติ. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(12), 1601-1624.

พระมหาเจริญ กตปญฺโญ (กระพิลา), พระครูสมุห์ธนโชติ จิรธมฺโม, และประทีป พืชทองหลาง. (2563). พระวิสัยทัศน์การศึกษาสงฆ์ : สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส. วารสารปรัชญาและ ศาสนา, 5(2), 61-90.

พระมหาเทวประภาส วชิรญาณเมธี (มากคล้าย). (2558). การปฏิรูปโครงสร้างคณะสงฆ์ไทย อย่าให้เทียนดับที่ปลายอุโมงค์?. เรียกใช้เมื่อ 1 กรกฎาคม 2568 จาก https://prachatai.com/journal/2015/03/58269

พระมหาภราดร สุวรรณรัตน์ และคณะ. (2567). สาระสำคัญของพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ในยุครัตนโกสินทร์. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 8(4), 257-267.

วัดโมลีโลกยาราม. (2562). พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 สมัยรัชกาลที่ 5. เรียกใช้เมื่อ 1 กรกฎาคม 2568 จาก https://www.watmoli.com/wittaya-one/1173/

วรเจตน์ ภาคีรัตน์. (2561). ประวัติศาสตร์ความคิดนิติปรัชญา. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อ่าน กฎหมาย.

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส. (2514). ประมวลพระนิพนธ์-การคณะสงฆ์ (พระมหาสมณศาสตร์ เล่ม 1). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.

สิทธิ์ บุตรอินทร์, ปรีชา บุญศรีตัน, และสุพัฒน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล. (2546). สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส: งานและพระดำริด้านการศึกษาและการปกครอง. รายงานการวิจัยศูนย์พุทธศาสตร์ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุนทร ณ รังสี. (2539). การปกครองคณะสงฆ์ : อดีต ปัจจุบัน อนาคต. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 5-21.

อภิภัสร์ ปาสานะเก, ชัยวัฒน์ ป้อมพิทักษ์, และ สาลินี ลิขิตพัฒนะกุล. (2568). การศึกษาความต้องการเข้า ศึกษาต่อในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่) พ.ศ...มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด. วารสารพุทธศาสตร์ มจร อุบลราชธานี, 7(1), 1897-1912.

อภิภัสร์ ปาสานะเก, สาลินี ลิขิตพัฒนะกุล, และ ธวัชชัย จันทร์สม. (2566). ความจำเป็นในการเปิดสอนหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตในมหาวิทยาลัยสงฆ์ในประเทศไทย. วารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 3(5), 156-194.

Broadie, S. (1999). Aristotle's Elusive Summum Bonum. Social Philosophy and Policy, 16(1), 233-251.

Buddhist Temporalities Ordinance 1956, Vol. X of the Revised Edition of the Legislative Enactments of Ceylon 1956 (1960).

Grisez, G. G. (1969). The First Principle of Practice Reason. In A. Kenny (Ed.), Aquinas: A Collection of Critical Essays (pp. 340-382). Palgrave Macmillan.

Hart, H. L. A. (2012). The Concept of Law (3rd ed.). Oxford University Press.

Human Rights Watch. (2009). The Resistance of the Monks: Buddhism and Activism in Burma. Retrieved July 3, 2025, from https://www.hrw.org/report/2009/09/22/resistance- monks/Buddhism-and-activism-burma

JEONG, Y. (2011). Cambodia's Sangha and Its Relationship with the State. Suwannabhumi Journal, 3(1), 25-46.

The Constitution of the Democratic Socialist Republic of Sri Lanka 1978 (1978).

U.S. Department of State. (2022). 2022 Report on International Religious Freedom: Cambodia. Retrieved July 5, 2025, from https://www.state.gov/reports/2022-report-on-international-religious-freedom/cambodia/