การประยุกต์ใช้เทคนิควิเคราะห์จัดกลุ่มเพื่อจำแนก ระดับการบริหารจัดการความปลอดภัยในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2

Main Article Content

อมรรัตน์ สร้อยสังวาลย์
พูลสวัสดิ์ โคตพงค์
พิชยา อานอาชา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารจัดการความปลอดภัยในสถานศึกษา 2) จำแนกระดับการบริหารจัดการความปลอดภัยในสถานศึกษาด้วยเทคนิคการวิเคราะห์จัดกลุ่ม (cluster analysis) และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนาระบบบริหารจัดการความปลอดภัยตามกลุ่มที่จำแนกได้ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 จำนวน 94 คน ได้จากการสุ่มแบบแบ่งชั้นและสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับการบริหารจัดการความปลอดภัยตาม 3 มาตรการหลัก ได้แก่ การป้องกัน การปลูกฝัง และการปราบปราม รวมทั้งปัญหาจากภัยคุกคามประเภทต่าง ๆ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติเชิงอนุมาน และเทคนิค K-Means Clustering
ผลการวิจัยพบว่า 1) สถานศึกษามีการบริหารจัดการความปลอดภัยระดับมากที่สุด โดยเฉพาะด้านการดูแลช่วยเหลือนักเรียน การจัดโครงสร้างการบริหารจัดการและกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ด้านการจัดทำข้อมูลสารสนเทศอยู่ในระดับที่ควรพัฒนา ภัยคุกคามที่พบ ได้แก่ การกลั่นแกล้งรังแก การทะเลาะวิวาท ภัยไซเบอร์และการพนัน 2) ผลการวิเคราะห์จัดกลุ่ม พบว่า จำแนกสถานศึกษาที่มีระดับการบริหารจัดการความปลอดภัยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ระดับต่ำ กลุ่มที่ 2 ระดับค่อนข้างดี และกลุ่มที่ 3 ระดับดีมาก และ 3) แนวทางการพัฒนา ได้แก่ การเสริมสร้างระบบโครงสร้างและบุคลากรในกลุ่มระดับต่ำ การพัฒนาระบบสารสนเทศด้านความปลอดภัยในกลุ่มระดับค่อนข้างดี และการพัฒนาสถานศึกษากลุ่มระดับดีมากให้เป็นต้นแบบเพื่อขยายผลสู่สถานศึกษาอื่นในเขตพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อยกระดับการบริหารจัดการความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

กนกอร อุ่นสถานนท์. (2563). การบริหารด้านความปลอดภัยของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 กรุงเทพมหานคร. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์, 10(2), 1–14.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2546). พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กพ.ศ. 2546. ผู้แต่ง.

กรมสุขภาพจิต. (2564). แนวทางการจัดการปัญหาและส่งเสริมสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.

กฤษฎา ศรีสุชาติ. (2559). การพัฒนาตัวบ่งชี้และคู่มือโรงเรียนปลอดภัยของสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

จิระศักดิ์ สิมัด และ เจริญวิชญ์ สมพงษ์ธรรม. (2565). สภาพปัญหาและแนวทางพัฒนาการจัดการความปลอดภัยของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมเขต 29. วารสารมหาจุฬาตานีปริทรรศน์, 4(8), 125–136.

ฉัตรชนก จงจิตต์. (2566). การประยุกต์ใช้วงจรคุณภาพ PDCA เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา.วารสารวิชาการศึกษา, 15(1), 45–60.

ชิษณุชา ขุนจง. (2563). การจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา ระดับมัธยมศึกษา. สาระศาสตร์, 3(2), 287–300.

ปัญญ์ชิตา สมบัติเพิ่ม. (2565). แนวทางการดำเนินงานสถานศึกษาปลอดภัยของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

มหาวิทยาลัยมหิดล. ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก. (2562). รายงานการวิจัยและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ความปลอดภัยในโรงเรียน. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล.

วิทยา อยู่แจ่ม. (2566). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการความปลอดภัยในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 16(2), 161–177.

ศุภร ธนะภาณุ. (2564). การจัดการความปลอดภัยในโรงเรียนอนุบาลเอกชน จังหวัดปทุมธานี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 1(2), 234–245.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). แนวทางการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). คู่มือการดำเนินงานความปลอดภัยสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). คู่มือระบบสารสนเทศเพื่อการดูแลช่วยเหลือนักเรียน (Student Care and Support System). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). รายงานผลการสังเคราะห์งานวิจัยและพัฒนาแนวทางการดูแลช่วยเหลือนักเรียนแบบองค์รวม. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). รายงานการวิจัยและพัฒนาการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

สุชีรา ใจหวัง และ จันทรัศม์ ภูติอริยวัฒน์. (2561). การศึกษาการจัดการความปลอดภัยในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1. วารสารบริหารการศึกษา มศว, 15(28), 50–61.

อดิศร ดีปานธรรม, ปรีชา ดิลกวุฒิสิทธิ์, และ กิตติวงค์ สาสวด. (2562). การพัฒนารูปแบบการจัดการด้านความปลอดภัยแบบมีส่วนร่วมในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารบริหารการศึกษา มศว, 16(31), 66–75.

Cohen, J. A., & Mannarino, A. P. (2008). Trauma-focused cognitive behavioral therapy for children and adolescents: An empirical review. Journal of Interpersonal Violence, 23(1), 164–182.

Deming, W. E. (1986). Out of the crisis. MIT Press.

GADRRRES. (2022). Comprehensive school safety framework 2022–2030. Global Alliance for Disaster Risk Reduction and Resilience in the Education Sector.

International Institute for Educational Planning. (2019). Safety, resilience and social cohesion: A guide for education sector planners. UNESCO.

ISO. (2018). ISO 31000:2018 risk management — Guidelines. International Organization for Standardization.

Quarantelli, E. L. (2006). The sociology of disasters: A social-scientific approach to emergency management. International Journal of Mass Emergencies and Disasters, 24(1), 51–78.

Shiwaku, K., & Shaw, R. (2016). Disaster risk reduction in school curricula: Case studies from thirty countries. Springer.

UNESCO. (2020). Global education monitoring report 2020: Inclusion and education – All means all. UNESCO Publishing.

United Nations Children’s Fund (UNICEF). (2018). Annual report 2018. UNICEF.

World Bank. (2021). The World Bank annual report 2021: From crisis to green, resilient, and inclusive recovery. World Bank.