การอยู่ร่วมกันของกลุ่มชาติพันธุ์ที่แตกต่างกันในพื้นที่ชายแดน จังหวัดตาก
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษาลักษณะทางชาติพันธุ์และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก 2. เพื่อศึกษารูปแบบและกลไกของการอยู่ร่วมกันระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ 3. เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งเสริมและเป็นอุปสรรคต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 4. เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนานโยบายหรือกลยุทธ์การอยู่ร่วมกันในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืนซึ่งการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ และแบบสังเกต กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ ผู้นำชุมชนและประชาชนจากกลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง ม้ง ลีซอ มูเซอและอาข่า จำนวน 30 คน โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา (Content Analysis) แล้วนำมาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา
ผลการวิจัย พบว่า 1. ผู้คนชายแดนจังหวัดตากมีหลายชาติพันธุ์ เช่น กะเหรี่ยง ม้ง ลีซอ มูเซอและอาข่าดำรงชีวิตด้วยเกษตรและค้าชายแดน มีวัฒนธรรมหลากหลาย อยู่ร่วมกันอย่างสงบและแลกเปลี่ยนกันทางวัฒนธรรม 2. การอยู่ร่วมกันของผู้คนจะเป็นแบบพหุวัฒนธรรม โดยแลกเปลี่ยนเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ศาสนา และช่วยเหลือกันในชุมชนอย่างสงบ 3. ปัจจัยส่งเสริมต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ได้แก่ ความเคารพวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน การแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและสังคม การทำงานร่วมในชุมชน และการศึกษาและสื่อสารเข้าใจ ส่วนอุปสรรค ได้แก่ ความยากจน ความแตกต่างทางวัฒนธรรมและภาษา ปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล และความขัดแย้งจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 4. ข้อเสนอแนวทางการพัฒนานโยบายหรือกลยุทธ์การอยู่ร่วมกันในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน ได้แก่ การส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรมร่วมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และการสร้างสิทธิและเวทีแก้ปัญหาเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
จิราพร โพธิ์งาม. (2564). การอยู่ร่วมกันของชุมชนพหุวัฒนธรรมชายแดนไทย–เมียนมา. ตาก: ศูนย์ศึกษาพัฒนาชายแดนตาก.
เจริญ นวลจันทร์. (2563). การสร้างความร่วมมือและเครือข่ายทางสังคมของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ชายแดน. วารสารวิจัยสังคมศาสตร์, 7(1), 101–120.
ธนกิจ ศรีบุญเรือง. (2562). การอยู่ร่วมกันอย่างสันติของชุมชนพหุวัฒนธรรมชายแดนไทย–พม่า. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 14(2), 45–68.
พุทธมณี กาญจนพงศ์. (2560). การพัฒนานโยบายเชิงบูรณาการเพื่อชุมชนชายแดน. วารสารพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม, 5(3), 23–41.
พระปลัดระพิน พุทฺธิสาโร, และคณะ. (2567). พหุวัฒนธรรม: วิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรมและศาสนาในอาเซียน เล่ม 1 คติธรรมและความเชื่อ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
รัตนา มหาสุข. (2562). การพัฒนาความร่วมมือระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 9(2), 55–72.
สมชาย เกษมสุข. (2560). การแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดตาก. วารสารสังคมและสิ่งแวดล้อม, 4(1), 15–33.
สมิทธิ์ ทองนาค. (2561). ความขัดแย้งทางสังคมและการจัดการในชุมชนชายแดน. วารสารสังคมและวัฒนธรรม, 12(4), 55–76.
สุภาภรณ์ ศรีสวัสดิ์. (2566). ชาติพันธุ์และอัตลักษณ์ในสังคมไทยร่วมสมัย. เชียงใหม่: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
Berry, J. W. (2011). Integration and multiculturalism: Ways towards social solidarity. International Journal of Intercultural Relations, 35(4), 411–418.
Chambers, R. (1997). Whose reality counts? Putting the first last. London, UK: Intermediate Technology Publications.
Coser, L. A. (1956). The functions of social conflict. New York, NY: Free Press.
Granovetter, M. S. (1973). The strength of weak ties. American Journal of Sociology, 78(6), 1360–1380.
Putnam, R. D. (2007). E pluribus unum: Diversity and community in the twenty- first century. Scandinavian Political Studies, 30(2), 137–174.
Smith, J. (2018). Ethnic diversity and social integration in Southeast Asia. Oxford University Press.
Tan, M. (2020). Borderland identities: Ethnicity and coexistence in Southeast Asia. Routledge.