การศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น เพื่อการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อพัฒนาคุณภาพ โรงเรียนประถมศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น เพื่อการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนประถมศึกษา กลุ่มตัวอย่างได้แก่ 1) ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 183 คน 2) ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมศึกษา จำนวน 396 คน และ 3) ครู (หัวหน้าวิชาการ) โรงเรียนประถมศึกษา จำนวน 396 คน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของ Krejcie & Morgan และการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นสภาพปัจจุบันเท่ากับ 95 % มีค่าความเชื่อมั่นสภาพที่พึงประสงค์ เท่ากับ 95 % มีค่าความเชื่อมั่นความต้องการจำเป็น เท่ากับ 95 % สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง
ผลการวิจัย
1) สภาพปัจจุบันของการจัดการเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา พบว่า อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านการสร้างพันธกรณีมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ในขณะที่ด้านความไว้วางใจมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ส่วนสภาพที่พึงประสงค์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า ด้านการตัดสินใจร่วมมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ในขณะที่ด้านการมีส่วนร่วมมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด
2) ผลการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในการจัดการเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา พบว่า ค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นเพื่อการพัฒนา เรียงตามลำดับค่าดัชนี ดังนี้ ด้านการปฏิสัมพันธ์เชิงแลกเปลี่ยนมีค่าสูงสุด ซึ่งแปลความหมายได้ว่า อัตราการเปลี่ยนแปลงในเชิงพัฒนาการจากสภาพปัจจุบันไปยังสภาพที่พึงประสงค์ รองลงมา ได้แก่ ด้านความไว้วางใจ ด้านการปฏิบัติกิจกรรมร่วม ด้านการสร้างความตระหนักร่วม ด้านการมีส่วนร่วม ด้านการมีวิสัยทัศน์ร่วม ด้านการตัดสินใจร่วม และด้านการสร้างพันธกรณี โดยมีอัตราการเปลี่ยนแปลงในเชิงพัฒนาการจากสภาพปัจจุบันไปยังสภาพที่พึงประสงค์ตามลำดับ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). การบริหารการเปลี่ยนแปลง. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. “กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพสถานศึกษา พ.ศ. 2553,”. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนที่ 23 ก หน้า 22 - 35 (2 เมษายน 2553).
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2545). การจัดการเครือข่าย:กลยุทธ์สำคัญสู่ความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: ส. เอเชียเพลส.
ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย. (2549). เครือข่ายทางสังคม. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
บุญชม ศรีสะอาด. (2549). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
ไพโรจน์ คีรีรัตน์. (2554). การสอนครูทำวิจัย. กรุงเทพมหานคร: ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
รัตนา ดวงแก้ว. (2546). การประยุกต์ใช้งานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ในประมวลสาระชุดวิชาการวิจัยการบริหารการศึกษา หน่วยที่ 14. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
วีระศักดิ์ เครือเทพ. (2557). วรรณกรรมปริทัศน์เรื่อง Governing by Network. สถาบันพระปกเกล้า.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2556). การกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกัน
คุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
. (2556). การติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบหลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 เล่ม 5. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2557). สะท้อนปัญหาและทางออกตอบโจทย์ปฏิรูปการศึกษาไทย. วารสารการศึกษาไทย, 11(116), 3–11.
อุทัย ดุลยเกษม และอรศรี งามวิทยาพงศ์. (2540). พัฒนากรอบความคิดและเครื่องชี้วัดเพื่อการวิจัยเกี่ยวกับกระบวนการศึกษากับชุมชน. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
Agosto, D. E., et al. (2013). Testing the benefits of blended education: Using social technology to foster collaboration and knowledge sharing in face-to-face LIS courses. Journal of Education for Library and Information Services, 54(2), 94–107.
Anthony, W. P. (1978). Participative management. Addison-Wesley.
Baker, D. P., & Holsinger, D. B. (1996). Human capital formation and school expansion in Asia: Does a unique regional model exist? International Journal of Comparative Sociology, 37, 159–173.
Gee, J. (1996). Social linguistics and literacies: Ideology in discourses. Falmer Press.
Greenberg, J., & Baron, R. A. (2008). Behavior in organizations (9th ed.). Prentice Hall.
Hill, M. A., & King, E. M. (1993). Women's education in developing countries. Johns Hopkins University Press.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Li, L. (2005). Education for 1.3 billion: Former Chinese Vice Premier Li Lanqing on 10 years of education reform and development. Penguin Books.
Luthans, F. (2002). Organizational behavior. McGraw-Hill.
O'Shea, D. J., & O'Shea, L. J. (1997). Collaboration and school reform: A twenty-first century perspective.
Southworth, G. (2014). How primary school learn.
UNICEF. (2000). Defining quality in education. United Nations Children's Fund.
Walker, K., et al. (2011). The fragility of trust in the world of school principals. Journal of Educational Administration, 49(5), 471–494.