รูปแบบกิจกรรมส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมตามหลักพุทธธรรมของนักเรียน ในสถานศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
คำสำคัญ:
กิจกรรม, ความรับผิดชอบ, สังคมและสิ่งแวดล้อม, หลักพุทธธรรม, นักเรียน, สถานศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง รูปแบบกิจกรรมส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตามหลักพุทธธรรมของนักเรียนในสถานศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษากิจกรรมส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของนักเรียนในสถานศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2) เพื่อพัฒนารูปแบบกิจกรรมส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตามหลักพุทธธรรมของนักเรียนในสถานศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบกิจกรรมส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตามหลักพุทธธรรมของนักเรียนในสถานศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 4) เพื่อประเมินรูปแบบกิจกรรมส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตามหลักพุทธธรรมของนักเรียนในสถานศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ผลการวิจัยพบว่า
1) การวิเคราะห์สภาพเพื่อศึกษากิจกรรมส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของนักเรียนในสถานศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการสำรวจที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการสร้างจิตสำนึกที่ดีในนักเรียน โดยเฉพาะในด้านการมีส่วนร่วมในการดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมีหลากหลายรูปแบบ เช่น การจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ การทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ และการรณรงค์ลดการใช้พลาสติก ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างทักษะการทำงานเป็นทีม การพัฒนารูปแบบกิจกรรมส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ถูกออกแบบให้ครอบคลุม 7 ด้านหลัก ได้แก่ 1) การส่งเสริมการศึกษา 2) การมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชน 3) การพัฒนาทักษะชีวิต 4) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 5) การสร้างความตระหนักรู้ 6) การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และ 7) การประเมินผลและการพัฒนาอย่าต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ
2) ผลการทดลองใช้รูปแบบกิจกรรมแสดงให้เห็นว่านักเรียนมีความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับที่น่าพอใจ โดยการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรม เช่น เมตตา กรุณา และอุเบกขา ช่วยพัฒนาพฤติกรรมของนักเรียนให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และรับผิดชอบต่อผู้อื่น การประเมินผลกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทำให้สามารถปรับปรุงและพัฒนากิจกรรมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นงต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ
3) เพื่อเสนอแนวทางการส่งเสริมกิจกรรมการศึกษาและการฝึกอบรมกิจกรรมที่เน้นความรับผิดชอบต่อสังคม การสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ การสนับสนุนจากภาครัฐ การใช้เทคโนโลยีในการสื่อสาร และการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระดับที่สูงขึ้น
4) การประเมินรูปแบบกิจกรรมส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตามหลักพุทธธรรมของนักเรียนในสถานศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบในหมู่นักเรียน ผลการประเมินแสดงให้เห็นว่านักเรียนมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการช่วยเหลือสังคม ผลการประเมินยังชี้ให้เห็นว่าการบูรณาการหลักธรรมเข้ากับกิจกรรมสาธารณะช่วยเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะและความภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ นักเรียนมีความรู้สึกว่าการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาตนเอง แต่ยังช่วยพัฒนาชุมชนและสังคมโดยรวม
เอกสารอ้างอิง
เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา. ข้อมูลสารสนเทศของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอ 16 แห่ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. ออนไลน์. http://prainsuksa.ac.th/datashow_204863. [30 มิถุนายน 2565].
เครซี่และมอร์แกน. อ้างใน ธานินท์ ศิลป์จารุ. การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์บิสซิเนสอาร์แอนด์ดี, 2551.
สุชาติ วงศ์สุวรรณ. การปลูกฝังจิตสำนึกทางสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน: แนวทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อม, 2561.
เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา. กรณีศึกษาการจัดการขยะของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา. ออนไลน์. https://ir.stou.ac.th/bitstream/123456789/9913/1/127280.pdf. [2 พฤษภาคม 2025].
สมศักดิ์ ทองสัมฤทธิ์. “บทบาทของโรงเรียนในการสร้างสังคมสีเขียว”. วารสารการศึกษาเพื่อการพัฒนา, ปีที่ 6 ฉบับที่ 3 (2563).
สุวิมล ว่องวานิช. “การสังเคราะห์เทคนิคที่ใช้ในการประเมินความต้องการจำเป็นในนิสิตคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”. รายงานวิจัย. คณะครุศาสตร์: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542.
