ความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพเชิงอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษากับวัฒนธรรมองค์กรในโรงเรียนยุคดิจิทัล
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับบุคลิกภาพเชิงอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาและระดับวัฒนธรรมองค์กรในโรงเรียนยุคดิจิทัล และ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพเชิงอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษากับวัฒนธรรมองค์กรในโรงเรียนยุคดิจิทัล กลุ่มตัวอย่างคือผู้บริหารสถานศึกษาและครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จำนวน 350 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ประกอบด้วยแบบสอบถามบุคลิกภาพเชิงอารมณ์ตามแนวคิดห้าองค์ประกอบ (Big Five Personality Traits) และแบบสอบถามวัฒนธรรมองค์กรตามแนวคิดของคาเมรอนและควินน์ (Competing Values Framework) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน
ผลการวิจัย พบว่า
- บุคลิกภาพเชิงอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยบุคลิกภาพด้านการเปิดรับประสบการณ์ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ส่วนวัฒนธรรมองค์กรในโรงเรียนโดยรวมมีลักษณะของวัฒนธรรมแบบกลุ่มสัมพันธ์ และวัฒนธรรมแบบมุ่งเน้นนวัตกรรม ในระดับสูง
2. บุคลิกภาพเชิงอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษามีความสัมพันธ์ทางบวกกับวัฒนธรรมองค์กรในโรงเรียนยุคดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคลิกภาพด้านการเปิดรับประสบการณ์ และด้านการมีจิตสำนึก มีความสัมพันธ์สูงกับวัฒนธรรมแบบมุ่งเน้นนวัตกรรม ขณะที่บุคลิกภาพด้านการเป็นมิตร มีความสัมพันธ์สูงกับวัฒนธรรมแบบกลุ่มสัมพันธ์ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าบุคลิกภาพเชิงอารมณ์ของผู้บริหารเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการปรับตัวและประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัล ดังนั้น หน่วยงานต้นสังกัดควรพิจารณาคุณลักษณะด้านบุคลิกภาพในการคัดเลือกและพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาต่อไป
Article Details
บทความที่ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและเผยแผ่ในวารสารฉบับนี้ เป็นทัศนคติและข้อคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่ถือว่าเป็นทัศนะคติและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารสิทธิจินดา ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสารสิทธิจินดา ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กิตติศักดิ์ พลเดช. (2567). ภาวะผู้นำแห่งอนาคต: การขับเคลื่อนองค์กรในโลก VUCA. สำนักพิมพ์ปัญญาชน.
พงษ์พัฒน์ วิริยะปัญญา. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางอารมณ์ บุคลิกภาพห้าองค์ประกอบและประสิทธิผลการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา, 16(2), 45-59.
สุรีรัตน์ ใจดี. (2566). การพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นการทำงานร่วมกันในโรงเรียนมาตรฐานสากล. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 21(1), 112-128.
สิริพร เลิศสิน (Siriporn Lerdsin). (2566). ความฉลาดทางอารมณ์และภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง: กุญแจสู่ความสำเร็จของโรงเรียนยุคใหม่. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Brown, B. (2024). Dare to lead in the digital age: Courage for a complex world. Random House.
Cameron, K. S., & Quinn, R. E. (2023). Diagnosing and changing organizational culture: Based on the competing values framework (4th ed.). Wiley.
Costa, P. T., & McCrae, R. R. (2022). The five-factor model of personality: A contemporary perspective. In O. P. John & R. W. Robins (Eds.), Handbook of personality: Theory and research (5th ed., pp. 179-201). The Guilford Press.
Fullan, M., & Quinn, J. (2022). Coherence: The right drivers in action for schools, districts, and systems (2nd ed.). Corwin Press.
Garcia, F. L. (2022). Leadership personality and organizational effectiveness: A meta-analytic review. Journal of Applied Psychology, 107(8), 1289-1310.
Grant, A. (2023). Think again: The power of knowing what you don't know. Viking.
Harris, A., & Jones, M. (2023). Leading school transformation in the digital age. Educational Management Administration & Leadership, 51(4), 677-692. https://doi.org/10.1177/17411432211045678
Judge, T. A., & Zapata, C. P. (2021). The Big Five personality traits and work outcomes: An update and a look to the future. Annual Review of Organizational Psychology and Organizational Behavior, 8, 411-438.