ประวัติศาสตร์และศิลปกรรมวัดเชียงมั่น : วัดแห่งแรกของเมืองเชียงใหม่
Main Article Content
Abstract
This academic article aims to analyze the history and art of Wat Chiang Man as a significant cultural heritage of the Lanna Kingdom. Wat Chiang Man is the first and oldest temple in Chiang Mai, established concurrently with the city's founding in 1839 B.E. by King Mengrai. He dedicated his temporary residence, where he stayed while overseeing the city's construction, to become the first royal monastery and bestowed upon it the name "Wat Chiang Man," derived from the belief that a city must have a temple as its stronghold. This qualitative study employs the analysis of primary and secondary sources, along with field surveys to examine ancient sites and artifacts. The findings reveal that Wat Chiang Man has profound historical foundations. Key evidence includes the Wat Chiang Man inscription, which states that King Mengrai, King Ngam Mueang of the Phayao Kingdom, and King Ruang of the Sukhothai Kingdom jointly established this temple. Furthermore, the evolution of Wat Chiang Man clearly reflects the historical changes of Lanna, from the Mengrai dynasty era to the significant restoration period during the reign of Chao Kawila. In terms of architecture and art, Wat Chiang Man serves as a repository of valuable and diverse works. Key components include the Elephant-surrounded Chedi, an important architectural feature in Lanna art, and precious artifacts such as Phra Setangkhamani (the White Jade Buddha) and the Buddha image in the posture of subduing the elephant Nalagiri. The analysis of these artifacts demonstrates that Wat Chiang Man was a crucial point in the cultural exchange network of Southeast Asia and reflects the multicultural nature of Lanna civilization. As a cultural heritage site, Wat Chiang Man holds multidimensional value as a historical symbol, a center for artistic learning, and a spiritual space. This study recommends developing digital databases, promoting community participation, and creating educational programs for the sustainable conservation and transmission of this cultural heritage. Understanding Wat Chiang Man thus establishes a foundation for culturally valuable development for the future.
Article Details
บทความที่ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและเผยแผ่ในวารสารฉบับนี้ เป็นทัศนคติและข้อคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่ถือว่าเป็นทัศนะคติและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารสิทธิจินดา ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสิทธิจินดา หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสารสิทธิจินดา ก่อนเท่านั้น
References
กตัญญู ชูชื่น. (2525). พระเจ้าเลียบโลกฉบับล้านนา: บทวิเคราะห์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม. (2527). ประวัติความเป็นมาของพระพุทธศาสนาและองค์การศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: กรมการศาสนา.
กรมศิลปากร. (2540). ชินกาลมาลีปกรณ์. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
กองแผนและงบประมาณ องค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่. (2558). เอกสารประกอบการประชุมเชียงใหม่เมืองมรดกโลก. เชียงใหม่: องค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่.
เกรียงไกร เกิดศิริ. (2551). ชุมชนกับภูมิทัศน์วัฒนธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์อุษาคเนย์.
คณะอนุกรรมการตรวจสอบและชำระตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่. (2538). ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเชียงใหม่ 700 ปี. เชียงใหม่: โรงพิมพ์มิ่งเมือง.
จากลำพูนสู่เชียงใหม่ ตามรอย "พระแก้วขาว" แห่งล้านนา. (19 ธันวาคม 2551). สืบค้นจาก http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=24&t=19671
ดิเรก อินจันทร์. (2563). การศึกษาคัมภีร์ใบลาน ปฏิปัสสา และจารึกเพื่อสนับสนุนข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์: กรณีศึกษาวัดเชียงมั่น ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่. รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
ตุลาภรณ์ แสนปรน และ ดลยา แก้วคำแสน (ผู้แปรรวรรณ). (ม.ป.พ.). ตำนานพระเจ้าเลียบโลกวัดกู่คำ ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่. ลำปาง: มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง.
ธนพร เรือนคํา, อุเทน ลาพิงค์ และประทีป พืชทองหลาง. (2565). วัดเชียงมั่น: การพัฒนาตามหลักสัปปายะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่.วารสารสหวิทยาการวิจัยและวิชาการ, 2 (3), 121-136.
นวรัฐ โอศิริ. (2551). ภูมิทัศน์วัฒนธรรมเบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร: ภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประเสริฐ ณ นคร และ ปวงคำ ตุ้ยเขียว. (2537). ตำนานมูลศาสนาเชียงใหม่และเชียงตุง. กรุงเทพมหานคร: ศักดิ์โสภาการพิมพ์.
พรรณเพ็ญ เครือไทย. (2540). วรรณกรรมพุทธศาสนาในล้านนา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ตรัสวิน.
พรรณงาม ชพานนท์. (2526). ภูมิศาสตร์วัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
มหาวิทยาลัยศิลปากร. (2550). แนวทางการจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: บริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน).
ยุพิน เข็มมุกด์. (2527). พระพุทธศาสนาในล้านนาไทยสมัยราชวงศ์มังราย พ.ศ. 1849–2101. กรุงเทพมหานคร: สภาวิจัยแห่งชาติ.
วัดเชียงมั่น. (2565). วัดเชียงมั่น. สืบค้นจาก https://www.finearts.go.th/fad7/view/10323-วัดเชียงมั่น
วิโรจน์ อินทนนท์. (2556). "มังคลัตถทีปนี" ใน ตามรอยพระสิริมังคลาจารย์สังฆปราชญ์ล้านนา. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. (2563). คู่มือนำชมศิลปกรรมโบราณในล้านนา. นนทบุรี: เมืองโบราณ.
สรัสวดี อ๋องสกุล. (2553). ประวัติศาสตร์ล้านนา. กรุงเทพฯ: อัมรินทร์.
สันติ เล็กสุขุม. (2538). ศิลปะภาคเหนือ: หริภุญชัย–ล้านนา. กรุงเทพมหานคร: เมืองโบราณ.
สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ และ วัลลภ ทองอ่อน. (2559). รูปแบบทางพื้นที่ของตำนานพระเจ้าเลียบโลก: บทวิเคราะห์ตำนานด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์. วารสารสังคมวิทยามานุษยวิทยา, 35(2), 21-45.
สุรพล ดำริห์กุล. (2545). อาณาจักรล้านนา. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ.
สุรพล ดำริห์กุล. (2561). ประวัติศาสตร์และศิลปะล้านนา. นนทบุรี: เมืองโบราณ.