คุณภาพชีวิตการทำงานและความสมดุลชีวิตและงาน : การศึกษาเปรียบเทียบบุคลากร Generation X และ Generation Y ในองค์กรภาครัฐ

Main Article Content

เกษร จินดาวงค์
นัทนิชา โชติพิทยานนท์

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบระดับคุณภาพชีวิตในการทำงานและความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานของบุคลากร Generation X และ Generation Y
2) ศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระดับความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพชีวิตในการทำงานกับความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานของบุคลากรสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากร คือ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จำนวน 350 คน และกลุ่มตัวอย่างจำนวน 160 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถาม ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมืออยู่ในระดับสูง (Cronbach’s Alpha: QWL = 0.95 และ WLB = 0.88) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม และสถิติสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05                                    


          ผลการวิจัย พบว่า 1) บุคลากรมีคุณภาพชีวิตในการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับมาก   (x̄ = 3.60, S.D. = 0.85) และความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานอยู่ในระดับปานกลาง    (x̄ = 3.39, S.D. = 0.85) 2) เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง Generation X และ Generation Y   
ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งในด้าน QWL และ WLB และ 3) คุณภาพชีวิตในการทำงานมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูงกับความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .82, p < .01) โดยปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการทำงานและความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชามีความสัมพันธ์สูงกับ WLB ขณะที่ด้านรายได้และสวัสดิการเป็นประเด็นที่ควรได้รับการพัฒนา ดังนั้น หน่วยงานควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงาน ความสัมพันธ์ในองค์กร และการปรับปรุงระบบสวัสดิการหรือแรงจูงใจที่เหมาะสม

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

ณัฐพล อุตส่าห์. (2566). คุณภาพชีวิตในการทำงานของบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์, 7(1), 112–129.

ณัฐินี ใจเบิกบาน. (2562). คุณภาพชีวิตการทำงานของพนักงานเก็บค่าผ่านทางพิเศษในสายทางพิเศษเฉลิมมหานคร. ใน รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ธรรมรัตน์ อยู่พรต. (2556). การรับรู้การสนับสนุนจากองค์กรและการรับรู้การสนับสนุนจากหัวหน้างานที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรของเจนเนอเรชั่นต่าง ๆ. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 4(2), 24–39.

พรทิพย์ เล็กอุทัย, และ ทองฟู ศิริวงศ์. (2567). ความพึงพอใจในงานและคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ส่งผลต่อความผูกพันในองค์กรของข้าราชการหน่วยงานภาครัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร. Journal of Modern Learning Development, 9(7), 505–517.

วรดา เฮงอุดมทรัพย์. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์การของพนักงานเจเนอเรชันวาย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคกลาง) จังหวัดชลบุรี. ใน วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.

วัลลภ รัฐฉัตรานนท์. (ม.ป.ป.). การหาขนาดตัวอย่างที่เหมาะสมสำหรับการวิจัย: มายาคติในการใช้สูตรของทาโร ยามาเน และเครจซี–มอร์แกน. เรียกใช้เมื่อ 12 มกราคม 2569 จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/kupsrj/article/download/236119/162075/

ศิรประภา อยู่แก้ว. (2562). สมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานที่มีผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวของบริษัทสร้างเว็บไซต์. ใน วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

เสกสรร ดุมแก้ว. (2565). ปัจจัยด้านภาวะผู้นำ แรงจูงใจ และสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อความผูกพันองค์กรของพนักงานกลุ่มบริษัทนทลิน. ใน การค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.