ความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต่อประสิทธิผลการดำเนินการ ในระบบติดตามผู้ต้องขังพ้นโทษของกรมราชทัณฑ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่
ผู้ปฏิบัติงานต่อประสิทธิผลการดำเนินการระบบติดตามผู้ต้องขังพ้นโทษของกรมราชทัณฑ์
2) ศึกษาความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต่อประสิทธิผลการดำเนินการระบบติดตาม
ผู้ต้องขังพ้นโทษของกรมราชทัณฑ์จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล 3) ศึกษาปัจจัยในระบบการติด
ตามที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการดำเนินการระบบติดตามผู้ต้องขังพ้นโทษของกรมราชทัณฑ์
และ 4) เพื่อเสนอแนวทางในการพัฒนาระบบติดตามผู้ต้องขังพ้นโทษของกรมราชทัณฑ์
โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีแบบสอบถามออนไลน์
กลุ่มตัวอย่าง คือ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสังกัดกรมราชทัณฑ์ (ส่วนกลาง) เรือนจำกลางบางขวาง เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง
และทัณฑสถานหญิงกลาง จำนวน 330 คน เครื่องมือในการเก็บข้อมูล คือ แบบสอบถาม และ
ได้รับการตอบแบบสอบถามกลับคืนมาร้อยละ 100 สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ
ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test, F-test (ANOVA) และMultiple Regression
ผลการศึกษาพบว่า 1) เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย
ร้อยละ 72.4 มีอายุระหว่าง 41 – 50 ปี ร้อยละ 40.3 มีระดับการศึกษาระดับปริญญาตรีร้อยละ
63.6 มีอายุการทำงานระหว่าง น้อยกว่า 1 – 5 ปี ร้อยละ 42.7 และพบว่าความคิดเห็น
ของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต่อประสิทธิผลการดำเนินการระบบติดตามผู้ต้องขังพ้นโทษของ
กรมราชทัณฑ์อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.11 2) เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่มีปัจจัยส่วน
บุคคล แตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อประสิทธิผลการดำเนินการในระบบการติดตามผู้ต้องขัง
พ้นโทษของกรมราชทัณฑ์ (ระบบติดตาม Wacth list ระบบติดตาม JSOC และระบบติดตาม
ศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ (CARE) ไม่แตกต่างกัน 3) ปัจจัยในระบบการ
ติดตาม (คดีที่กระทำผิด, จำนวนโทษระยะเวลาเฝ้าระวัง, จำนวนครั้งที่กระทำผิดซ้ำ, ได้รับการ
ฝึกวิชาชีพ และการมีอาชีพหลังพ้นโทษ) ในระบบติดตามผู้ต้องขังพ้นโทษกรมราชทัณฑ์
ส่งผลให้ความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต่อประสิทธิผลการดำเนินการในระบบติดตาม
ผู้ต้องขังพ้นโทษ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของความ
คิดเห็นของเจ้าหน้าที่ได้ร้อยละ 66.10 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นองค์ประกอบสำคัญ
ที่ส่งผลต่อความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพของการดำเนินงานในระบบติดตามผู้ต้องขังพ้นโทษ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
นิรันดร์ไชยชมภู. (2564). แนวความคิดการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดของกรมราชทัณฑ์.
เรียกใช้เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://rsuir-library.rsu. ac.th/bitstream/
/1566/1/NIRUN%20CHAICHOMPHU.pdf
สุทธิรัตน์ จตุราศรีบริสุทธิ์. (2564). แนวคิดเกี่ยวกับการสงเคราะห์หลังปล่อย (After-Care).
เรียกใช้เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2568 จากhttps://ethesisarchive.library.tu.ac.th/
thesis/2021/TU_2021_6105038050_12611_23857.pdf
กรมราชทัณฑ์. (2567). นโยบายการบริหารงานราชทัณฑ์ 8 มิติ ยกระดับการเปลี่ยนแปลง.
เรียกใช้เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2568 จากhttp://www.correct.go.th/copkhon/
main/images/data/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A
%E0%B8%B2%E0%B8%A2%208%20%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8
%95%E0%B8%B4.pdf
กรมราชทัณฑ์กลุ่มงานส่งเสริมการจำแนกลักษณะและงานทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง กองทัณฑ์ปฏิบัติ. (2566). คู่มือการจำแนกลักษณะนักโทษเด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.
กรมราชทัณฑ์. (2566). กฎกระทรวง มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ
มาตรการการคุมขังภายหลังพ้นโทษ และการคุมขังฉุกเฉิน พ.ศ.2566. เรียกใช้เมื่อ
ตุลาคม 2567 จาก https://www.moj.go.th/attachments/20230224091659_11358.pdf
กรมราชทัณฑ์. (2564). หลักเกณฑ์ในการพิจารณากลั่นกรองผู้ที่อาจเข้าข่ายเป็นนักโทษ
เด็ดขาดที่ต้องเฝ้าระวังการก่ออาชญากรรมสะเทือนขวัญหรือเป็นภัยต่อสังคม
(Watch List) พ .ศ.2564. เรียกใช้เมื่อ 14 ตุลาคม 2567 จาก http://www.
correct.go.th/infosaraban64/letter/filepdf/1620708310.pdf
กรมราชทัณฑ์. (2563). แนวทางปฏิบัติในการกลั่นกรองผู้ที่อาจเข้าข่ายเป็นนักโทษเด็ดขาดต้อง
เฝ้าระวังการก่ออาชญากรรมสะเทือนขวัญหรือเป็นภัยต่อสังคม (Watch List) ของ
เรือนจำ/ทัณฑสถาน พ.ศ.2563. เรียกใช้เมื่อ 14 ตุลาคม 2567 จาก http://www.
correct. go.th/infosaraban63/letter/filepdf/1605675730.pdf
มุขรินทร์ เพลิงน้อย และ ลลิตา นิพิฐประศาสน์ สุนทรวิภาต (2562). ความคิดเห็นของ
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่มีต่อการดำเนินการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังในเรือนจำ
การศึกษา. วารสารสหวิทยาการวิจัย, 6(1), 118-127.
Evert Vedung. (2006). Policy Evaluation. เอกสารการสอน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
Yamane, T. (1973). Statistic: An introduction analysis (2nd ed.). Harper and Row.