ทัศนคติของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานของเทศบาลเมืองแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง ทัศนคติของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานของเทศบาลเมืองแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาทัศนคติของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานของเทศบาลเมืองแสนสุข 2) เพื่อเปรียบเทียบทัศนคติของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานของเทศบาลเมืองแสนสุข โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเทศบาลเมืองแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จำนวน 360 คน โดยการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย โดยวิธีการเลือกโดยบังเอิญ โดยการใช้แบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน
ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ ประกอบด้วย 1) ทัศนคติของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานของเทศบาลเมืองแสนสุข พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และ เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับมาก คือ ทัศนคติบริการสาธารณะทางด้านการศึกษา และวัฒนธรรม รองลงมาคือ ทัศนคติบริการสาธารณะทางด้านงานสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ทัศนคติบริการสาธารณะทางด้านงานให้บริการ และค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ทัศนคติด้านบริการสาธารณะทางด้านสาธารณูปโภค ตามลำดับ 2) การเปรียบเทียบทัศนคติของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานของเทศบาลเมืองแสนสุข โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน พบว่า ประชาชนที่มี เพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ที่แตกต่างกัน มีระดับทัศนคติต่อการบริหารงานของเทศบาลเมืองแสนสุข ไม่แตกต่างกัน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
เกษฎา ผาทอง. (2564). ระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐศาสตร์ : แนวคิด ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. ปทุมธานี:โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์.
ชวนะ ภวภานนท์. (2547). การสร้างบุคลิกภาพของยี่ห้อต่างชาติในรัสเซีย. ประชาชาติธุรกิจ,
-16 ตุลาคม.
เทศบาลเมืองแสนสุข, (2566). เทศบาลเมืองแสนสุข: ข้อมูลเทศบาลเมืองแสนสุข. เรียกใช้เมื่อ 10 กันยายน 2566 จาก https://www.hfocus.org/content/2023/08/28287
ประภัสสร ปรี่เอี่ยม และธรรมนูญ รวีผ่อง. (2554). ผลการส่งเสริมพัฒนาการ กล้ามเนื้อมัดเล็กสำหรับเด็กพัฒนาการช้าโดยพ่อแม่ของเด็กที่มีความต้องการพิเศษใน จังหวัด
มหาสารคาม. ใน รายงานการวิจัย. สถาบันราชภัฎมหาสารคาม.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4). (2562). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่
ก หน้า 49 (1 พฤษภาคม 2562).
พระสถาพร ปุณฺณนนฺโท (รำจวนจร) และคณะ. (2562). การวิเคราะห์การประยุกต์ใช้หลักพุทธ
ธรรมในการทำงานจิตอาสา ของชุมชนวัดสระเกษ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา.
วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 3(2), 16-31.
พระสุดรักษ์ วิสุทฺโธ และเดชชาติ ตรีทรัพย์. (2561). บทบาทของผู้สูงอายุในการพัฒนาชุมชนในตำบลทรายขาว อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารสังคมศาสตร์และ
วัฒนธรรม, 2(2), 8-13
ไพฑูรย์ โพธิสว่าง. (2565). การทำวิจัยทางสังคม หลักการปฏิบัติวิธีปฏิบัติและสถิติ. ชลบุรี:มหาวิทยาลัยบูรพา.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.(2535). พระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฎกํ
กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
Dunst, C. J. & Triette, C. M. (1996). Empowerment, effective helpgiving practices and family-Centered care. Pediatr Nurs, 22(2), 334-337.
Elizabet, B. (1990). Ecotourism: The Potentials and Pitfalls. Vol.1 and 2. WorldWildlife Fund. Washington, D.C.
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis. New York: Harper & Row.